ความในจากใจพี่หมอ ถึงน้องฟ้าใส ช้างน้อยนักสู้

18.12.21 | 16:45 น.

ความในจากใจพี่หมอ ถึงน้องฟ้าใส ช้างน้อยนักสู้


เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม สัตวแพทย์หญิง (สพญ.) สุนิตา วิงวอน สัตวแพทย์กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช 1 ในทีมรักษาดูแล พังฟ้าใส ลูกช้างวัย 3 เดือน ที่ได้รับบาดเจ็บจากข้อเท้าขวาถูกบ่วงแร้วดักสัตว์รัด และถูกยิงที่ขาอีกหลายนัด ได้โพสต์เฟชบุ๊กเล่าเรื่องการรักษาพังฟ้าใสหลังจากรับน้องมารักษาดูแล 19 วัน มีเนื้อหาดังนี้

ผ่านมา 19 วันแล้วตั้งแต่วันแรก (28 พ.ย.64) ที่ได้เข้าไปช่วยเหลือฟ้าใสขึ้นมาจากคูกันช้าง ตอนแรกคิดว่าจะไม่โพสต์เคสนี้มากนัก เพราะยังไงเราก็ทำงานตามหน้าที่ และยึดตามหลักการของเราเสมอมา นั่นคือ ในเคสนี้สัตว์ป่าได้ถูกมนุษย์ทำร้าย นี่คือ Priority แรกของเราในการช่วยเหลือ ในเคสนี้เด็กน้อยลูกช้างป่าอายุราวๆ 3 เดือน ข้อเท้าขวาถูกบ่วงแร้วดักสัตว์รัดจนเป็นแผลลึกเกือบขาดและติดเชื้อ ส่วนต้นขาซ้ายถูกยิงด้วยกระสุนปืน

Advertisement

Part 1 : การเข้าถึงตัวสัตว์ป่าบาดเจ็บหรือพลัดหลงในกรณีลูกสัตว์ยิ่งต้องมีความละเอียดอ่อนมาก ต้องเตรียมทั้งการรักษา ช่วยเหลือ เคลื่อนย้าย แล้วในส่วนของทีมสัตวแพทย์ สิ่งสำคัญที่ต้องจัดเตรียมเพิ่มขึ้นมาคือ “นมและน้ำ” เพราะเราไม่รู้ได้ว่าเค้าอดนมมาเป็นเวลานานเท่าไหร่ ลูกสัตว์อาจเกิดภาวะการขาดน้ำและภาวะน้ำตาลในกระแสเลือดต่ำได้ เนื่องจากลูกช้างวัยนี้อาหารหลัก 100% คือน้ำนม ดังนั้นทุกๆ อย่างนอกจากอุปกรณ์ ยา และเวชภัณฑ์แล้ว สิ่งสำคัญ หมออย่างเราต้องพร้อมคือ นมที่มีความเหมาะสมและอุปกรณ์ขวดนมต่างๆ…

Part 2 : ช่วงแรกเคลื่อนย้ายพาน้องมาดูแลรักษาที่คอกชั่วคราวบริเวณพื้นที่หน่วยพิทักษ์อุทยานเขาหินขวาก ประเมินสภาพร่างกาย และทำความคุ้นเคยกัน เริ่มทำการรักษาเบื้องต้น คืนแรกอยู่กันแค่ 3 ในทีม เรียกว่าไม่ได้นอนเลยทีเดียว…ในวันต่อมาก็มีทีมจากสำนักอนุรักษ์ป่ามาช่วยกันวางแผนการรักษา โดยทำการ x-ray พบว่าข้อเท้าขวาเกือบขาด และต้นขาซ้ายพบกระสุนไม่ทราบชนิดฝังอยู่…

มันทำให้เรารู้สึกแย่มากกับการที่เด็กน้อยต้องมาเจอขนาดนี้ แต่ยังไงตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้เด็กน้อยไม่เคยยอมแพ้เลย อดทน และสู้มาก

Part 3 : การเคลื่อนย้าย-การรักษาต่อเนื่อง เมื่อถึงวันที่ 1 ธ.ค.64 ทางทีมงานเคลื่อนย้ายเด็กน้อยไปดูแลและรักษาต่อเนื่องที่สวนนงนุช พัทยา เพราะมีแม่ช้างที่ให้นม และสถานที่เหมาะสม ไม่ไกล ได้รับความช่วยเหลือและความกรุณาจากคุณโต้ง เจ้าของสวนนงนุช และพี่หมอหนึ่ง รพส.เนินพลับหวาน จนมาถึงทุกวันนี้

Part 4 : กระสุนมหันตภัย เมื่อถึงวันที่ต้องทำการวางยาซึมเพื่อทำการผ่าตัด คีบกระสุนออกจากขาเด็กน้อย ความเครียดมีถึงขีดสุด เป็นห่วงไปทุกอย่าง แต่จริงๆ แล้วมีช่วงที่ห่วงมากกว่านี้อีกก่อนหน้านี้…สุดท้ายก็สามารถนำกระสุนออกมาได้หมด โล่งไปอีกเปลาะนึง…หลังจากนี้คือช่วงฟื้นฟู–รักษาแผลเปิด คุมการติดเชื้อ และฟื้นฟูกล้ามเนื้อ

สุดท้ายได้แต่หวังว่า “ขอพลังจงสถิตอยู่กับฟ้าใส และอยู่กับตัวเรา” เพราะเรายังคงมีศรัทธาในตัวเอง ถึงจะมีเหตุการณ์หรือคำพูด ข้อมูลอะไรที่เป็นอคติมากระทบ นั่นเป็นสิ่งที่เราห้ามเขาไม่ได้ ดังนั้นเราจะยังคงยืดหยัดต่อไป เพราะสำหรับสัตวแพทย์แล้ว กำลังใจที่สำคัญที่สุด คือการได้เห็นเคสของเรารอดชีวิตและอาการดีขึ้น…ขอให้เจ้าเด็กอดทนของพี่อาการดีวันดีคืนนะ มีแรงมา Headshot หรือเตะหมอได้อีก

ขอบคุณกรมอุทยานแห่งชาติฯที่ให้โอกาสเราได้เดินตามความฝันตั้งแต่เป็นนักศึกษาสัตวแพทย์ ได้มาทำงานเป็นหมอสัตว์ป่า

ขอบคุณทุกๆ ท่านที่ช่วยเหลือตั้งแต่วันแรกที่พบเด็กน้อย และทุกท่านที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยที่ไม่หวังผลประโยชน์ใดๆ ถ้าจะกล่าวในที่นี้คงไม่หมดแน่ๆ ค่ะ

ขอบคุณทุกท่านที่ส่งอุปกรณ์สำหรับการดูแลรักษามาเพื่อใช้กับเคสนี้ด้วยนะคะ
ขอบคุณทีมงานน้องๆ ในส่วนฯที่ยังไม่ได้หยุดพักกันเลย
ขอบคุณครอบครัว พ่อแม่ ลุงป้าน้าอา ที่เข้าใจหนูและเป็นกำลังใจให้หนูนะคะ
และขอบคุณตัวเองที่ยังไม่หมดศรัทธา

#สัตว์ป่ามิใช่สมบัติส่วนตัวของใคร