‘ฮั่น-จียอน’ ร้อง สน.หัวหมาก ปมลูกน้องถูกหลอกให้โอนเงินบริษัทเกือบแสนบาท

19.12.21 | 13:04 น.

เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม ที่ สน.หัวหมาก ถ.รามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ นายอิสริยะ ภัทรมานพ หรือฮั่น เดอะสตาร์ และ “จียอน” ซอ จียอน ศิลปินชื่อดัง พร้อมพนักงานในบริษัทเดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.ประยูร ทองนุ่น สว. (สอบสวน) สน.หัวหมาก เพื่อให้อายัดบัญชีและดำเนินคดีกับกลุ่มมิจฉาชีพ กรณีอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ และเจ้าหน้าที่บริษัทขนส่งชื่อดัง โทรศัพท์มาหลอกให้พนักงานในบริษัทโอนเงินกว่า 1 แสนบาท ซึ่งเงินที่ทำการโอนออกไปนั้น ส่วนหนึ่งเป็นเงินของฮั่น ประมาณ 60,000-90,000 บาท


นายอิสริยะเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 14 ธันวาคมที่ผ่านมา มีมิจฉาชีพโทรเข้ามาที่เบอร์ของบริษัท ทำให้พนักงานบริษัทเป็นผู้รับสาย โดยมิจฉาชีพอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากบริษัทขนส่ง และกล่าวหาว่าบริษัทของฮั่นทำการส่งพัสดุผิดกฎหมาย ก่อนจะโอนสายไปยังผู้ร่วมขบวนการอีก 2 คน ที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.เมืองเชียงใหม่ และกล่าวหาว่าพนักงานคนดังกล่าวเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน เนื่องจากมีการจับกุมผู้ต้องหา พร้อมของกลางเป็นพาสปอร์ตปลอมกว่า 10 เล่ม และผู้ต้องหาซัดทอดว่าพนักงานคนดังกล่าวขายบัญชีให้กับผู้ต้องหา

ทางมิจฉาชีพได้ขอให้พนักงานคนดังกล่าวให้ความร่วมมือโดยการโอนเงินเข้าบัญชีที่กำหนด เพื่อใช้ในการตรวจสอบเส้นทางการเงิน พนักงานคนดังกล่าวจึงได้โอนเงินไปยังบัญชีของมิจฉาชีพประมาณ 5-6 บัญชี รวมจำนวนเงินกว่า 1 แสนบาท ซึ่งบัญชีที่ทำการโอนออกไปนั้น มีทั้งบัญชีส่วนตัวของพนักงาน และบัญชีของบริษัท รวมทั้งสิ้น 3 บัญชี จึงต้องการให้เจ้าหน้าที่อายัดบัญชีของกลุ่มมิจฉาชีพ และหาตัวผู้กระทำผิด ซึ่งคาดว่าไม่ต่ำกว่า 3 ราย ส่วนสาเหตุที่ต้องนำเงินของบริษัทเข้าบัญชีพนักงาน เพราะต้องการให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินได้ เนื่องจากเคยมีกรณีที่พนักงานถือเงินสดและทำเงินหาย รวมถึงไม่สามารถชี้แจงได้ว่าเงินหายไปไหน จึงเปลี่ยนพนักงานทั้งหมด ซึ่งพนักงานที่ถูกหลอกนั้น เป็นพนักงานชุดใหม่ที่เข้าทำงานได้เพียงปีเศษ

นายอิสริยะกล่าวเพิ่มเติมว่า ฝากเตือนประชาชนว่าอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพที่โทรศัพท์มาหลอกลวงในลักษณะนี้ ควรตรวจสอบไปยังหน่วยงานที่มิจฉาชีพแอบอ้างก่อนว่าเป็นเจ้าหน้าที่จริงหรือไม่

Advertisement

ทางด้านจียอนกล่าวว่า เชื่อว่าหน่วยงานรัฐจะไม่ทำการโทรศัพท์หาก่อน จึงอย่าหลงเชื่อ และโอนเงินให้เด็ดขาด

พ.ต.ท.ประยูรเปิดเผยว่า เบื้องต้นจะทำการอายัดบัญชีดังกล่าว และพบว่าบัญชีของมิจฉาชีพนั้นมีชื่อเจ้าของบัญชี 2 คน โดยจะทำการออกหมายเรียกมาดำเนินการสอบสวน พร้อมประสานไปยังธนาคารเพื่อขอภาพจากกล้องตู้เอทีเอ็ม ขณะที่มิจฉาชีพทำการถอนเงินออกไป