ศาลนัดตรวจหลักฐานคดี ‘สายป่าน’ ฟ้องหมิ่นฯ ปมธุรกิจดำน้ำ เรียกค่าเสียหาย 5 ล้าน

20.12.21 | 10:08 น.

ศาลนัดตรวจหลักฐานคดี ‘สายป่าน’ ฟ้องหมิ่นฯ ปมธุรกิจดำน้ำ เรียกค่าเสียหาย 5 ล้าน เผยเสียชื่อเสียงในวงการและเรื่องธุรกิจ ลั่น ไม่เจรจาแล้ว

เมื่อเวลา 08.45น วันที่ 20 ธันวาคม 64 ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศานัดตรวจพยายหลักฐานในคดีหมายเลขดำ อ.2203/2563 ที่ น.ส.อภิญญา หรือสายป่าน สกุลเจริญสุข ดารานักเเสดงชื่อดัง ยื่นฟ้อง คดีครูสอนดำน้ำโพสต์หมิ่นประมาทผ่านโซเชียล ทำลายชื่อเสียงและธุรกิจดำน้ำโดยในวันนี้น.ส.อภิญญาพร้อมด้วยนายเกรียงชัย วิศิษฏ์สรอรรถ ทนายความ เดินทางมาศาล

นายเกรียงชัย กล่าวว่า วันนี้เป็นการนัดตรวจพยานหลักฐานและกำหนดวันนัดสืบพยานหลังจากที่ศาลประทับรับฟ้องเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งในวันนี้เตรียมพยานหลักฐานมาทั้งหมดประมาณ 10 กว่าปาก จากเดิมที่เบิกพยานจำนวน 2 ปาก โดยครั้งนี้มีตัวแทนจากต่างประเทศด้วยที่เข้ามาเบิกความเรื่องความเสียหายที่ส่งผลกระทบ

น.ส.อภิญญา กล่าวว่า จากเรื่องนี้ตนได้รับผลกระทบค่อนข้างเยอะ โดยเฉพาะชื่อเสียงของตนรวมถึงธุรกิจและงานเสียหายทั้งหมด

โดยก่อนหน้านี้พอมีข่าวมาลูกค้าเกิดความไม่มั่นใจ มีความสับสนเกิดขึ้น รวมถึงมีการยกเลิกออเดอร์ไปเป็นจำนวนมาก หากคิดเป็นตัวเลขก็ยอมรับว่าเสียหายจำนวนมาก รวมถึงกระทบต่องานส่วนตัวของตนด้วย เพราะติดภาพลักษณ์ที่ออกไป กลายว่าตนไปหลอกขายของ ประกอบกับตนเพิ่งเริ่มทำธุรกิจตรงนี้ พอรวมๆกับชื่อเสียงในวงการบันเทิงที่สะสมมา กลายเป็นแบบส่งผลเสียค่อนข้างมาก อย่างไรก็ตาม ที่ฟ้องในครั้งนี้ เพราะต้องการเรียกร้องความยุติธรรมให้กับตัวเอง ทั้งกับชื่อเสียงและธุรกิจ รวมถึงอยากให้เป็นบทเรียน เกี่ยวกับการแสดงความคิดเห็นในโซเชียลมิเดีย ส่วนการเรียกร้องค่าเสียหาย เรียกร้องตามเดิมคือ 5 ล้านบาท แต่ความเป็นจริงแล้วเสียหายมากกว่านั้น

Advertisement

เมื่อถามว่า มีการติดต่อมาจากคู่กรณีหรือไม่ น.ส.อภิญญา กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดเรื่องมายังไม่มีการติดต่อมา และยังไม่เคยเจอคู่กรณี

ซึ่งนายเกรียงชัย กล่าวเสริมว่า ตอนที่ศาลนัดครั้งแรกคู่กรณีไม่มา พยายามติดต่อก็ไม่มีการรับสาย จนวันที่นัดไต่สวนครั้งแรก ทางศาลได้ให้ระหว่างโจทก์จำเลยลองคุยกันดูหรือไม่ แต่คู่กรณีได้ฝากแจ้งผ่านทนายความมาว่า เขาไม่ผิดเขาจะไม่ขอโทษและให้ถอนฟ้อง โดยคาดว่าวันนี้คงได้เจอคู่กรณี เนื่องจากว่าคู่กรณีต้องเดินทางมาศาล เพราะศาลได้มีการประทับรับฟ้องแล้ว รวมถึงคู่กรณีอาจจะต้องมีการประกันตัวด้วย

เมื่อถามต่อว่า หากมีการพบเจอคู่กรณีจะมีการสอบถามเหตุผลถึงการกระทำหรือไม่ น.ส.อภิญญา ระบุว่า เวลาล่วงเลยมานานขนาดนี้แล้วคงไม่คุยเอง มอบหมายให้พูดคุยผ่านทนาย และวันนี้ตนคงไม่มานั่งถามแล้วว่า “ทำไม” แต่คงนั่งคุยถึงเรื่องความเสียหายมากกว่า เพราะเลยจุดที่สามารถคุยกันได้มานานแล้ว

ภายหลังการตรวจพยานหลักฐานเสร็จแล้ว น.ส.อภิญญา หรือสายป่าน กล่าวว่า วันนี้ตนก็ไม่ได้คุยกับคู่กรณี

ไม่ได้มองกัน ขณะที่ตนเองพร้อมมาศาลทุกนัด

ด้านนายเกรียงชัย ทนายความ กล่าวว่า ตนได้แถลงขอนำพยานบุคคลเข้าสืบ 9 ปาก แต่ศาลอนุญาตให้สืบพยานโจทก์ 5 ปาก ใช้เวลา 1 นัด ส่วนจำเลยขอนำพยานเข้าสืบ 2 ปาก ใช้เวลาครึ่งนัด ศาลอนุญาตโดยนัดสืบพยานครั้งแรกวันที่ 6 ธ.ค.2565 ซึ่งคดีนี้จำเลยให้การปฎิเสธและได้ประกันตัวสู้คดี

โดยตนเองค่อนข้างมั่นใจในพยานหลักฐาน เชื่อในความยุติธรรม และจะเปิดเผยเรื่องความเสียหายในระหว่างการสืบพยานว่ามีอะไรบ้าง ส่วนพยานเอกสารบางส่วนก็จะได้มาจากต่างประเทศ ส่วนประเด็นมูลเหตุนั้น ยังไม่เปิดเผยเพราะเกี่ยวข้องเรื่องรูปคดี แต่จะทราบและขอให้ติดตามในช่วงการสืบพยาน