วันที่ 5 ตุลาคม 2559 นายณัฐรัฐ ชัยบาล นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าเดื่อ อ.ดอยเต่า จ.เชียงใหม่ เผยว่า หลังพายุพัดผ่านภาคเหนือตอนบน มีน้ำเหนือจากลำน้ำปิง และลำน้ำแม่แจ่ม ไหลลงทะะลสาบดอยเต่า วันละ 14-15 ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้น้ำไหลเข้าแก้มลิงสมัยที่นายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เชียงใหม่ ดำเนินการขุดสระไว้ 100 ไร่ เมื่อปี 2558 เพิ่มสูงขึ้นจาก 3 เมตร เป็น 6 เมตร ส่งผลให้แพที่อยู่รอบแก้มลิงลอยน้ำได้ และเปิดบริการนักท่องเที่ยวแล้ว อาทิ แพนกน้อย แพมะขามหวาน
“ภาพรวมน้ำเหนือที่ไหลลงทะเลสาบดอยเต่า มีน้ำไหลน้อยท่วมถึง อ.ลี้ จ.ลำพูน เพียง 3 กิโลเมตรเท่านั้น ห่างจากทะเลสาบดอยเต่า 30 กิโลเมตรพื้นที่ส่วนใหญ่ ยังเป็นทุ่งเลี้ยงโค กระบือ กว่า 10,000 ตัว ส่วนร้านค้าที่ขายปลาสด ตากแห้ง และแปรรูป จำนวน 12 ราย เหลืออยู่ 6 ราย อีก 6 ราย ย้ายไปขายที่หน้าอำเภอดอยเต่า เนื่องจากนักท่องเที่ยวบางส่วนไม่เข้าไปเที่ยว ซึ่งทะเลสาบดอยเต่า ระดับน้ำจะขึ้นสูงสุดในช่วงพฤศจิกายนทุกปี” นายณัฐรัฐกล่าว
นายณัฐรัฐกล่าวอีกว่า ปกติฤดูท่องเที่ยวทะเลสาบดอยเต่า เริ่มธันวาคม ถึงกุมภาพันธ์ ซึ่ง อบต.ร่วมกับอำเภอ เกษตรอำเภอ หว่านเมล็ดปลูกราชพฤกษ์ รอบแก้มลิง บริเวณทะเลสาบ รวม 50-60 ไร่ เพื่อปรับภูมิทัศน์ เป็นจุดถ่ายรูปเป็นที่ระลึกในอนาคต พร้อมปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ ห้องน้ำ ลานจอดรถ ท่าเรือ และทำความสะอาดให้เป็นระเบียบเรียบร้อย คาดหวังเพิ่มนักท่องเที่ยวและรายได้สู่ชุมชน 20-30 %
ด้านนายพิเชฐ พิศุทธกุล รองนายก อบจ.เชียงใหม่ รักษาการนายก อบจ.กล่าวว่า การขุดลอกแก้มลิงทะเลสาปดอยเต่าเฟสแรก แล้วเสร็จเมื่อกลางปีที่ผ่านมา ใช้งบลงทุน 20 ล้านบาท ส่วนเฟสที่สอง อีก 300 ไร่ ที่ใช้งบลงทุน 50-60 ล้านบาท ได้ชะลอโครงการไว้ก่อน เพราะไม่ได้ตั้งงบพัฒนาแหล่งน้ำ และส่งเสริมท่องเที่ยวในปี 2560 เนื่องจากผู้บริหาร และสมาชิกสภาปัจจุบัน เป็นชุดรักษาการ จนกว่ามีการเลือกตั้งท้องถิ่น หรือได้ผู้บริหารชุดใหม่ เพื่อสานโครงการดังกล่าวต่อไป


