‘ทนายเกิดผล’ เผยภาพเอกซเรย์ร่างกาย ‘ฟ้า’ พบโดนทรมานทั่วร่าง ก่อนพาไปปิดกิจการที่ ‘เจ๊กั้ง’ หลอกไว้
จากกรณีย์ที่นายฐปนวัช เล้าสุวรรณ พา “นายฟ้า” น้องชายที่ถูก น.ส.นัยน์ปพร เนตรบุตร หรือเจ๊กั้ง และ นายศรายุทธ บุญคร หรืออ้วน สมุนมือขวาของเจ๊กั้ง ผู้เป็นนายจ้างทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บสาหัส เช่น ตีหู ตีปาก และตีตามตัว พร้อมญาติอีก 4 คน เดินทางจาก อ.ท่าหลวง จ.ลพบุรี มาที่ สภ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2564 ต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถจับกุม น.ส.นัยน์ปพร และนายศรายุทธได้
นอกจากนี้ ทนายเกิดผล แก้วเกิด ยังระบุว่า น.ส.นัยน์ปพร หรือเจ๊กั้ง ยังวางแผนให้ฟ้าจดทะเบียนประกอบกิจการแทนตนเอง และให้ฟ้าเปิดบัญชีกระแสรายวัน พร้อมเซ็นเช็คไว้ล่วงหน้าหลายแผ่น หากเช็คที่ฟ้าเซ็นไว้ ต่อมาธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน และเช็คเด้ง ฟ้าก็อาจจะถูกดำเนินคดีอาญา ตาม พ.ร.บ.เช็ค
ขณะที่ นพ.สุรินท์นาท เจริญจิตต์ ศัลยแพทย์ตกแต่งและเสริมสร้าง รพ.ศัลยกรรมเฉพาะทางดับเบิ้ลยู เผยผ่านรายการโหนกระแสเมื่อวันที่ 13 ธ.ค.64 พร้อมรับเคสฟ้ามาดูแลและยินดีรับผิดชอบค่ารักษากว่า 3 ล้านบาทเองนั้น
ล่าสุดวันนี้ (21 ธันวาคม) ทนายเกิดผลระบุทางเฟซบุ๊กถึงความคืบหน้าพาฟ้าไปเอกซเรย์ตรวจร่างกายและยกเลิกกิจการ ว่านี่คือภาพ X-Ray ร่างกายของน้องฟ้าบางส่วน จะพบว่าน้องฟ้าถูกเจ๊กั้ง นายอ้วน นายนพรัตน์ สามีเจ๊กั้ง ร่วมกันทำร้ายร่างกายน้องฟ้าจนกระดูกแตกหัก แต่ไม่ได้รับการรักษา น้องฟ้าต้องทนทุกข์ทรมาน และปล่อยให้บาดแผลหายเองตามธรรมชาติ
“การไม่ได้รับการรักษา และต่อกระดูกอย่างถูกต้องจนร่างกายรักษาตัวเอง และกระดูกเชื่อมต่อกันโดยธรรมชาติ ทำให้การเชื่อมต่อของกระดูกผิดพลาด และร่างกายผิดรูป น้องฟ้าถูกทำร้ายจน กระดูกแตกหักทั่วร่างกายซ้ำๆ กันหลายๆ ครั้ง ตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า โดยไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง คิดดูซิครับว่าจะทุกข์ทรมานแค่ไหน เมื่อวานตำรวจจับกุมนายนพรัตน์ สามีเจ๊กั้งเพิ่ม 1 คน รวมทั้งสิ้นตอนนี้มีผู้ต้องหา 3 คน”
และว่า “พาน้องฟ้า ท่านประธานกิจการ ‘ฟอนต์ดีไซน์’ เจ้าของกิจการที่มีเงินทุนหมุนเวียน 22 ล้านบาท มาปิดกิจการเรียบร้อยครับ หลังจากนี้จะไปสรรพากรจังหวัดเพื่อส่งมอบหลักฐานด้านภาษีของเจ๊กั้งและสามีเจ้กั๊งต่อไปครับ”
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ทนายเกิดผลเผย จนท.จ่อแจ้งข้อหา ‘เจ๊กั้ง’ เพิ่ม เล่าปมสั่ง ‘ฟ้า’ เซ็นเช็คล่วงหน้า ชี้เช็คเด้งต้องรับผิดทางอาญา
- หมอศัลย์ยื่นมือช่วย ‘ฟ้า’ เผยค่ารักษากว่า 3 ล้าน แต่ไม่ต้องจ่ายสักบาทเดียว หวังให้กลับมาอยู่ในสังคมได้

