ฉลองปีใหม่ที่บ้าน ต้องสวมหน้ากาก-งดโอบกอด กรมอนามัยแนะแยงจมูกก่อนกลับสู่โหมดทำงาน

21.12.21 | 13:24 น.

ฉลองปีใหม่ที่บ้าน ต้องสวมหน้ากาก-งดโอบกอด กรมอนามัยแนะสายเที่ยวต้องดูร้าน SHA Plus แยงจมูกก่อนกลับสู่โหมดทำงาน

เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย แถลงข่าวประเด็นครอบครัวปลอดภัย ต้อนรับปีใหม่ ปลอดโควิด-19 ว่าช่วงเทศกาลปีใหม่จะมีทั้งคนเดินทางกลับภูมิลำเนาและเดินทางท่องเที่ยวจำนวนมาก แม้สถานการณ์ติดเชื้อมีแนวโน้มดีขึ้น การรับวัคซีนถึง 100 ล้านโดสแล้ว แต่ สธ.ยังต้องเฝ้าระวังการระบาดต่อ และยังมีข้อห่วงใยในการป้องกันตัวเองส่วนบุคคลเพื่อให้ปีใหม่เป็นปีสดใส ปีแห่งการเริ่มต้น เป็นปีแห่งความปลอดภัยของตนเองและครอบครัว


นพ.สุวรรณชัยกล่าวว่า ผลสำรวจอนามัยโพล ระหว่างวันที่ 1-20 ธ.ค.64 พบประชาชน 82% ยังมีความกังวลใจว่าจะมีการระบาดของโรคโควิด-19 โดย 70% เห็นว่าเป็นช่วงที่มีการรวมกลุ่มทำกิจกรรมต่างๆ ทำให้มีโอกาสเกิดการระบาดใหม่ได้ และกลัวว่าจะมีการระบาดของสายพันธุ์โอไมครอนในประเทศด้วย ส่วนกิจกรรมที่กังวล 5 อันดับแรกคือ 1.การรวมกลุ่มในสถานประกอบกิจการหรือกิจกรรมต่างๆ 67% 2.การเดินทางกลับภูมิลำเนาหรือเดินทางเที่ยวด้วยรถยนต์ส่วนตัว 3.การเดินทางด้วยรถขนส่งสาธารณะ 58% 4.การเดินทางมาจากต่างประเทศ 56% และการลักลอบเข้าประเทศผิดกฎหมาย 51% ขณะที่สถานที่เสี่ยงเกิดการแพร่ระบาด 5 อันดับแรกคือ 1.สถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ 64.49% เพราะที่ผ่านมาถึงยังไม่อนุญาตก็มีการลักลอบเปิด 2.สถานที่ท่องเที่ยว 59.76% 3.ตลาด 48.02% 4.ห้างสรรพสินค้า 44.86% และ 5.ขนส่งสาธารณะ 44.04%

นพ.สุวรรณชัยกล่าวว่า จากการสำรวจพบประชาชนมีแผนฉลองปีใหม่ที่บ้าน 84.35% ฉลองที่ร้านอาหาร 17.01% ร่วมกิจกรรมสถานที่ท่องเที่ยว 16.46% ทั้งนี้ ขอย้ำว่าการจัดที่บ้านขอให้จัดในสถานที่เปิดโล่งอากาศถ่ายเทสะดวก ลดการสัมผัส โอบกอด เพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อในกลุ่มเปราะบาง ในส่วนของอาหารนั้นขอให้รับประทานอาหารปรุงสุก มีภาชนะอุปกรณ์ส่วนตัว เว้นระยะห่าง หากมีกลุ่มเสี่ยงขอให้ลดการรวมกลุ่ม และยังคงสวมหน้ากากอนามัย ส่วนผู้ที่จะร่วมกิจกรรมปีใหม่ตามสถานที่ต่างๆ นั้นขอให้เลือกสถานที่ที่มีการประเมินและได้รับการรับรองมาตรการ Covid-19 Free Setting หรือ SHA PLUS การจัดที่สถานที่เปิดโล่ง เลี่ยงกรณีมีคนมาก แออัด และย้ำว่าจะต้องปฏิบัติตามมาตรการควบคุมป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด หลีกเลี่ยงการรวมกลุ่มดื่มสุรา ปฏิบัติตามกฎของสถานที่นั้นๆ

เมื่อถามถึงกรณีมีการจัดงานเคาต์ดาวน์ที่มีการร้องเพลงถอดหน้ากากจะต้องปฏิบัติอย่างไร นพ.สุวรรณชัยกล่าวว่า ผู้จัดงานจะต้องเคร่งครัด ถือปฏิบัติตามมาตรการที่ได้ขออนุญาต ขณะที่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด หรือคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานครซึ่งเป็นผู้อนุญาตจะต้องมีการควบคุมกำกับอย่างเคร่งครัด ประชาชนที่ร่วมงานจะต้องให้ความร่วมมือและปฏิบัติตนเองภายใต้หลักการป้องกันขั้นสูงสุด (Universal prevention) หากไปร่วมงานแล้วพบว่ามีการจัดงานละเลยการปฏิบัติตามมาตรการควบคุมป้องกันโรคจะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อ ดังนั้น สิ่งที่ดีที่สุดจะต้องปกป้องตนเองด้วยการปฏิบัติมาตรการควบคุมป้องกันโรคส่วนบุคคล สวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง ล้างมือบ่อยๆ

Advertisement

“ทุกคนไม่ว่าจะเป็นผู้จัดงาน หรือผู้ร่วมงานจะต้องรับวัคซีนให้ครบถ้วน ประเมินตนเองว่ามีความเสี่ยงไปเจอคนที่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อ มีไข้ โรคระบบทางเดินหายใจหรือไม่ หากมีความเสี่ยงให้ตรวจ ATK เลี่ยงการร่วมกิจกรรม สังเกตตัวเองเป็นระยะเวลา 7 วัน เมื่อกลับเข้าระบบการทำงานหลังปีใหม่ต้องประเมินความเสี่ยงก่อนกลับเข้าทำงาน หากเสี่ยงให้ตรวจ ATK ตามความเสี่ยง และพิจารณามาตรการตามความเหมาะสมขององค์กรได้” นพ.สุวรรณชัยกล่าว