ป.ป.ส.ยัน กระท่อมปลูกกี่ต้นก็ได้ ไม่ผิด ห่วงแค่ล้นตลาด เผยทำเอ็มโอยู อว.ลุยวิจัย จ่อแจกกล้าแสนต้น
เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม เวลาประมาณ 13.30 น. ที่อาคารสำนักงาน บริษัท ข่าวสด จำกัด เขตจตุจักร กรุงเทพฯ นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) กระทรวงยุติธรรม และบริษัท ทีเอชซีจี กรุ๊ป จำกัด จัดสัมมนาเชิงวิชาการหัวข้อ ‘อนาคตกระท่อม กับการปลดล็อกสู่พืชเศรษฐกิจ’ โดยมีนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ ‘เมื่อกระท่อมไม่ใช่สารเสพติด แต่เป็นพืชเศรษฐกิจทำเงิน’
จากนั้น เข้าสู่การเสวนานำโดย นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ในหัวข้อ ‘การปลดล็อกพืชกระท่อม ปลูก-ขาย อย่างไร ให้ถูกกฎหมาย’
นายวิชัยกล่าวว่า เดิมพืชกระท่อมเป็นยาเสพติดประเภท 5 คือพืชเสพติด ตามที่กำหนดไว้เดิม เช่น กระท่อม กัญชา ฝิ่น ซึ่งผิดกฎหมาย ต่อมาในรัฐบาลปัจจุบัน นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ลงไปพูดคุยกับชาวบ้าน โดยเฉพาะภาคใต้ พบว่ากระท่อมเป็นพืชที่มีประโยชน์ จึงสั่งการให้ ป.ป.ส.แก้ไขกฎหมายให้พืชกระท่อมออกจากยาเสพติดประเภท 5 ทำให้กระท่อมไม่เป็นยาเสพติดอีกต่อไป โดยมีประกาศในราชกิจจานุเบกษา มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมา ดังนั้น พืชกระท่อมถูกปลดล็อกไปแล้วจาก พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ฉบับที่ 8 พ.ศ.2522
นายวิชัยกล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันประมวลกฎหมายยาเสพติดที่ประกาศใช้เมื่อวันที่ 9 ธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งได้ยกเลิก พ.ร.บ.ทั้งหมด รวมถึง พ.ร.บ.ปลดล็อกกระท่อมก้ถูกยกเลิกไปแล้ว แต่ในกฎหมายฉบับใหม่นี้ ในยาเสพติดประเภท 5 ก็ไม่มีกระท่อมแล้ว กล่าวคือเป็นการปลดล็อกไปในตัว เช่นเดียวกับกัญชา ดังนั้น กฎหมายที่ออกมา เหมือนปูทางให้แล้วในการปลดล็อกกัญชา เหลือเพียงพืชฝิ่น ซึ่งคงปลดล็อกไม่ได้ ยังผิดกฎหมายร้ายแรง

“กระท่อม ปลดล็อกแล้วก็คือปลดล็อกเลย จะปลูกก็ปลูกได้เลย ไม่ต้องมาขออนุญาต ไม่ต้องแจ้ง ปลูกกี่ต้นก็ได้ เหมือนมะม่วง มะพร้าว หลักใหญ่คือการเปิดเสรี เมล็ด ใบสด ต้นกล้า ขายได้หมด แต่ที่ท่าน รมว.ยุติธรรมห่วงคือหากปลูกมากเกินไปจะล้นตลาด ขณะนี้ราคากิโลกรัมละ 500 บาท ยังมีกำไร กระท่อมเป็นไม้ยืนต้น อายุเป็นร้อยปี ต่างกับกัญชาที่เป็นพืชล้มลุก ซึ่งต้องปลูกใหม่ ลงทุนใหม่ใน 4 เดือน กระท่อมปลูกทีเดียวอยู่ยาว อย่างที่ จ.สุราษฎร์ธานี มี 1-2 ต้นที่มีขนาดใหญ่ถึง 3 คนโอบ สูงกว่า 30 เมตร ถ้าปลูกเกินบ้านละ 3 ต้น ห่วงราคาตก
“อย่างไรก็ตาม ท่านสั่งให้ ป.ป.ส.คุยกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ในการทำวิจัยเพื่อใช้กระท่อมในทางการแพทย์ วิทยาศาสตร์ และการค้า ซึ่งเราได้ทำเอ็มโอยูร่วมกันแล้ว ที่ผ่านมา งานวิจัยเกี่ยวกับพืชกระท่อมไม่ค่อยมี เพราะเป็นพืชผิดกฎหมาย ดังนั้น เมื่อปลดล็อกแล้ว นอกจากจะกลายเป็นพืชเศรษฐกิจ ก็จะมีงานวิจัยเพิ่มขึ้นในอนาคต ป.ป.ส.เป็นตัวกลางประสานส่งเสริมให้มีการวิจัยตลอดจนการนำความรู้ใหม่ๆ เข้ามา” นายวิชัยกล่าว
นายวิชัยกล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องที่กังวลคือการเอาไปใช้ทางผิดในกลุ่มเด็กและเยาวชน จึงมีร่าง พ.ร.บ.พืชกระท่อมขึ้นมาอีกฉบับหนึ่ง ตอนนี้อยู่ในขั้น กมธ.ของวุฒิสภา กำลังร่างแก้ไขมาให้สภาผู้แทนฯ เห็นชอบ หากไม่เห็นชอบคงต้องมีการประชุมร่วมกันต่อไป สำหรับหลักการของ พ.ร.บ.ดังกล่าวคือการควบคุมไม่ให้บุคคลเหล่านี้นำไปใช้คือ 1.เด็กและเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี 2.สตรีมีครรภ์ใช้ 3.สตรีให้นมมบุตร หากจะใช้ ต้องอยู่ในการควบคุมของแพทย์ ส่วนในการควบคุมของ ป.ป.ส. ถ้าใช้พืชกระท่อมอย่างเดียว ไม่ผสม ไม่ผิด แต่ถ้าผสมกับยาเสพติดอื่น ถือว่าผิด เช่น ผสมฝิ่น ผิดข้อหาเสพฝิ่น ผสมยาบ้า ผิดข้อหาเสพยาบ้า
นายวิชัยกล่าวด้วยว่า พ.ร.บ.พืชกระท่อม ยังมีการควบคุมการนำเข้า-ส่งออก หากทำในเชิงอุตสาหกรรม อาจต้องขออนุญาตโดยแจ้งเลขาธิการ ป.ป.ส.เพื่อให้ทราบตัวเลข ไม่ใช่เพื่อควบคุม แต่เพราะอยากให้ชาวบ้านได้ประโยชน์สูงสุด ไม่เอื้อประโยชน์ให้นายทุนที่มีกำลังการผลิตสูง โดยล่าสุดมีการทำโครงการ ‘1 ครัวเรือน เดือนละหมื่น’ และเตรียมแจกต้นกล้าพืชกระท่อม 1 แสนต้นอีกด้วย

“ตอนนี้มีกล้า 100,000 ต้น อีก 3-4 เดือนสามารถแจกให้ประชาชนได้ นอกจากนี้ ยังมีโครงการ 1 ครัวเรือนเดือนละหมื่น ภายใต้หลักคิดที่ว่าประชาชนจะได้ค่าครองชีพเพิ่มขึ้นเดือนละ 1 หมื่นบาท จากการปลูกพืชกระท่อมจำหน่ายอีกด้วย สำหรับประเด็นปัญหายาเสพติด ผู้ใช้ยาบ้า 80 เปอร์เซ็นต์ คือเกษตรกรและผู้ประกอบอาชีพขับรถ ทั้งนี้ ยังไม่มีการสำรวจวิจัยแต่พบว่าผู้ที่ขับรถบรรทุกและแรงงานบางส่วน ขณะนี้หันมาใช้พืชกระท่อมแทนเพราะมีราคาถูกและไม่ผิดกฎหมาย
“ตอนนี้ทาง ป.ป.ส.กำลังรวบรวมข้อมูลว่าเมื่อปลดล็อกพืชกระท่อม อัตราการใช้ยาเสพติดในกลุ่มแรงงานลดลงมากน้อยเพียงใด อย่างกรณีคนขับรถสิบล้อ ถ้าขับไปแล้วเคี้ยวใบกระท่อมจะทำให้ตื่นตัวทำงานได้ดี ในขณะที่เมื่อก่อนเสพยาบ้าเพื่อที่จะให้ทำงานได้มากขึ้น แต่ตอนนี้เมื่อมีทางเลือกมาใช้กระท่อมแทนก็เลยมีการขายข้างทาง ส่วนหนึ่งจะเป็นพวกขับรถบรรทุกเข้ามาใช้ ทางป.ป.ส.เองก็คิดว่าน่าจะเป็นผลจากการปลดล็อกพืชกระท่อมทำให้กลุ่มแรงงานเข้ามาใช้พืชกระท่อมแทนการใช้ยาบ้า” นายวิชัยกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในตอนท้าย นายวรัญชัย โชคชนะ อดีตผู้สมัครผู้ว่าราชการ กทม.หลายสมัย สอบถามนายวิชียถึงประเด็นความสำเร็จของการปลูกพืชกระท่อมในประเทศต่างๆ โดยนายวิชัยตอบว่า ประเทศที่ปลูกพืชกระท่อมได้ต้องอยู่ในเขตร้อนชื้น เช่น เมียนมา ไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย เป็นต้น ดังนั้น นี่คือจุดแข็ง เพราะไม่ใช่พืชที่ปลูกได้ทั่วโลกเหมือนกัญชาซึ่งสามารถทำโรงเรือนเพาะปลูกได้ สำหรับเมียนมาและมาเลเซียกระท่อมยังผิดกฎหมาย ในขณะที่อินโดนีเซียก็ผิดกฎหมายเช่นกัน แต่สามารถส่งออกได้โดยมีการควบคุม ตลาดสหรัฐอเมริกา ต้องการกระท่อมผงแห้งเดือนละ 1,950 ตัน ซึ่ง 95 เปอร์เซ็นต์มาจากอินโดนีเซีย

