อนุทิน สั่งการ ผอ.รพ.สมุย ดำเนินคดีหนุ่มอิสราเอลถึงที่สุด ชี้เป็นภัยต่อสุขภาพคนไทย จ่อส่ง “แบล๊กลิสต์” เป็นเยี่ยงอย่าง
เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่พบนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลลักลอบออกจากสถานกักกัน ระหว่างรอผลการตรวจ RT-PCR จากโรงพยาบาล จึงได้ติดต่อไปยัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เพื่อสอบถามความคืบหน้ากรณีดังกล่าว
นายอนุทินกล่าวว่า ได้รับรายงานข้อมูลล่าสุดว่านักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลรายดังกล่าว เดินทางเข้าประเทศไทยและอยู่ในระหว่างการกักตัวเพื่อรอผลตรวจหาเชื้อโควิด RT-PCR จาก รพ.เอกชน ในกรุงเทพฯ ซึ่งรอผลราว 5 ชั่วโมง หลังจากนั้นพบว่าได้ลักลอบเดินทางไปยัง อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งตอนนี้ตำรวจจับกุมตัวได้แล้ว
นายอนุทินกล่าวว่า ขณะนี้ สั่งการไปยังผู้อำนวยการโรงพยาบาลเกาะสมุย เพื่อแจ้งความดำเนินคดีทางกฎหมายกับชายดังกล่าวอย่างเด็ดขาด เบื้องต้นมีความผิดอย่างแน่นอน คือ 1.พ.ร.บ.โรคติดต่อ และ 2.ไม่ปฏิบัติตามมาตรการของประเทศไทย ทั้งนี้ กรณีดังกล่าว ถือเป็นภัยร้ายแรงต่อสุขภาพของประชาชนคนไทยในประเทศ ได้สั่งให้กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ลงไปตรวจสอบโรงแรมและโรงพยาบาลที่เกี่ยวข้องจากกรณีดังกล่าวเพื่อดูว่าละเลยในเรื่องใดบ้าง หรือออกผลการตรวจ RT-PCR ล่าช้าอย่างไร หรือมีความผิดจากกรณีนี้อย่างไร เพื่อออกมาตรการควบคุมให้เข้มงวดรัดกุมยิ่งขึ้น
“ขณะนี้ตำรวจจับตัวได้แล้ว ซึ่งเรายังคงไว้ซึ่งหลักมนุษยธรรม ต้องรักษาเขาให้หายจากโรค แต่จะต้องอยู่ในฐานะผู้ต้องหา เมื่อรักษาเสร็จแล้วให้ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด เพื่อเป็นเยี่ยงอย่าง ไม่ให้มีคนทำเช่นนี้อีก” นายอนุทินกล่าว
ผู้สื่อข่าวจึงถามว่า จะดำเนินคดีอย่างสูงสุดอย่างไรบ้าง นายอนุทินกล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีหมายจับอยู่แล้ว ซึ่งเป็นความผิดตั้งแต่เขาหลบหนีออกไป ซึ่งหากดำเนินคดีอย่างสูงสุดได้ตามกฎหมาย อาจจะถึงขั้นขึ้นชื่อในแบล๊กลิสต์ (Black list) หรือเนรเทศออกจากประเทศ เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่คนอื่น

