ไทยเฝ้าระวัง ‘โอมิครอน’ ระบาดหนัก ห่วงเคสสามีภรรยากลับจากเบลเยียม เดินทางหลายที่ ขอ ปชช.เร่งรับเข็ม 3

24.12.21 | 14:25 น.

ไทยเฝ้าระวัง ‘โอมิครอน’ ระบาดหนัก จับตา นทท.อเมริกา-อังกฤษ สธ.ห่วงคลัสเตอร์กาฬสินธุ์ หลังไทม์ไลน์ 2 สามี-ภรรยากลับจากเบลเยียมเดินทางหลายที่ ทั้งธนาคาร สถานที่ราชการ นั่งรถตู้ไปขอนแก่น เตือนประชาชนเร่งบูสต์เข็ม 3

เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) แถลงภายหลังการประชุม ศบค.ว่า การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ทั่วโลกมีตัวเลขที่เพิ่มขึ้น มีผู้ติดเชื้อยืนยัน 278,524,003 คน ประเทศที่มีผู้ติดเชื้อแบบก้าวกระโดด ทางกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดคือประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีรายงานผู้ติดเชื้อวันนี้ 267,269 ราย ผู้เสียชีวิต 1,140 ราย ขณะที่ทางยุโรป สหราอาณาจักรมีรายงานผู้ติดเชื้อ 119,789 ราย รัสเซียกว่า 25,000 ราย แต่มียอดผู้เสียชีวิตสูงถึง 1,002 ราย และหลายประเทศที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาประเทศไทย อย่างเยอรมนี โปแลนด์ และอีกหลายๆ ประเทศที่จับตาอย่างใกล้ชิด เพราะมีตัวเลขติดเชื้อค่อนข้างสูง

พญ.อภิสมัยกล่าวว่า ส่วนประเทศทางทวีปเอเชีย จะเห็นว่าเวียดนามยังมีตัวเลขค่อนข้างสูง ทั้งนี้ จากการสังเกตของ สธ. ตัวเลขการติดเชื้อของทวีปเอเชียจะต่อเนื่องกัน เมื่อประเทศทางยุโรปตัวเลขเริ่มลดลง ทางเอเชียมีโอกาสจะเพิ่มขึ้น ดังนั้น ยังนิ่งนอนใจไม่ได้ เพราะการแพร่ระบาดของสายพันธุ์โอมิครอนทำให้ทั่วโลกเกิดการตื่นตัว

พญ.อภิสมัยกล่าวต่อว่า รายงานประเทศที่มีการแพร่ระบาดของสายพันธุ์โอมิครอนยืนยันแล้ว 98 ประเทศ บางสำนักข่าวรายงานเกินร้อยไปแล้ว ต้องติดตามข้อมูลจาก สธ.อย่างใกล้ชิด ขณะที่สหรัฐอเมริกามีการรายงานผู้ติดเชื้อครบ 50 รัฐทั่วประเทศ หากติดตามข้อมูลจะเห็นว่าการแพร่ระบาดจะเป็นแบบดับเบิล หรือเพิ่มเป็นสองเท่าอย่างรวดเร็ว

“ส่วนในประเทศไทย รายงานผู้ติดเชื้อโอมิครอนรวมแล้ว 205 ราย ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มเทสต์แอนด์โก ที่ประชุม EOC รายงานวันนี้เป็นผู้ป่วยที่พบใน จ.กาฬสินธุ์ คู่สามีภรรยาที่เดินทางกลับจากประเทศเบลเยียม อายุ 47 ปี ตรวจ RT-PCR วันที่ 9 ธันวาคม เดินทางมาถึงประเทศไทย 10 ธันวาคม เข้ามาตรการป้องกันโรคเทสต์แอนด์โก มีการตรวจ PCR พบว่าผลเป็นลบ เดินทางกลับกาฬสินธุ์ และมีการไปรับประทานอาหารกับครอบครัว

“เริ่มมีอาการวันที่ 13-15 ธันวาคม ทั้งสองคนมีการเดินทางไปธนาคาร สถานที่ราชการหลายแห่ง ทั้งยังมีการโดยสารรถตู้ประจำทาง และเดินทางข้ามพื้นที่จังหวัดขอนแก่น มีการพบปะผู้คน ทำให้มีการสัมผัสเสี่ยงสูงเมื่อพบว่ามีอาการ มีการตรวจ ATK วันที่ 15 ธันวาคม และเข้าพักที่โรงพยาบาลวันที่ 17 ธันวาคม มีการตรวจ PCR ซ้ำ ผลเป็นบวก และยืนยันเป็นสายพันธุ์โอมิครอนทั้งสองคน จากคลัสเตอร์กาฬสินธุ์ทำให้มีรายงานผู้ติดเชื้อไปแล้ว 21 คน และยังมีบางจังหวัดที่ยังรอสอบสวน” พญ.อภิสมัยกล่าว

Advertisement

พญ.อภิสมัยกล่าวว่า ภาพรวมประเทศไทยวันที่ 20-23 ธันวาคม จะพบว่ามีการสำรวจ 874 ตัวอย่าง ยังเป็นเดลต้าเป็นส่วนใหญ่ 16.2% เป็นโอมิครอนแยกรายจังหวัด อย่างกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่ยังเป็นเดลต้า โอมิครอน 43.5% ส่วนจังหวัดอื่นๆ ส่วนใหญ่ยังคงเป็นเดลต้า 92.2%

“ตรงนี้ต้องย้ำว่า การรายงานยึดจังหวัด ยังเป็นเทสต์แอนด์โก ที่รายงานมาจากแต่ละจังหวัด เมื่อมาดูกลุ่มเฝ้าระวังตามกลุ่มตัวอย่าง 874 ราย พบว่ากลุ่มเดินทางจากต่างประเทศ 221 ตัวอย่าง เป็นโอมิครอน 52.9% ถ้าไปดูการเฝ้าระวังทั้งประเทศ ทุกเขตสุขภาพ สายพันธุ์หลักยังเป็นเดลต้า มีรายงานประเทศอังกฤษพบว่าอัตราการนอนโรงพยาบาล ผู้ที่ติดเชื้อสายพันธุ์เดลต้ามีอัตราเข้ารักษาในโรงพยาบาลกว่า 50% แต่โอมิครอนจะน้อยกว่า 10-25%

“สอดคล้องกับการศึกษาของประเทศแอฟฟริกาใต้ที่พบว่าอัตราการนอนโรงพยาบาลของโอมิครอนอยู่ที่ 10-15 % ถือว่าน้อยกว่าสายพันธุ์อื่น แต่กรณีผู้ป่วยอาการหนักมีถึง 21% หมายความว่าสายพันธุ์โอมิครอนรุนแรงไม่น้อยกว่าสายพันธุ์อื่น ในแง่การติดเชื้อ รายงานการศึกษาของฮ่องกงพบการติดเชื้อโอมิครอนบริเวณหลอดลม ระบบทางเดินหายใจส่วนบนแพร่เชื้อได้ในส่วนของน้ำมูก น้ำลาย สารคัดหลั่ง ทำให้มีการแพร่บาดได้ง่าย แต่เชื้อมีแนวโน้มไม่ลงปอด และมีรายงานด้วยว่าโอมิครอนสามารถหลบภูมิคุ้มกัน มีรายงานการติดเชื้อโอมิครอนในกลุ่มผู้ฉีดวัคซีน 2 เข็ม และผู้ที่เคยติดเชื้อแล้ว ติดซ้ำได้ด้วย” พญ.อภิสมัยระบุ

พญ.อภิสมัยกล่าวด้วยว่า มีการรายงานจากอังกฤษพบว่าการอยู่ร่วมบ้านกับผู้ป่วย ถ้าอยู่ร่วมบ้านมีการติดเชื้อ 10% ตรงนี้เป็นที่มาที่ทำให้ทุกหน่วยงานยกระดับมาตรการเข้มงวด บางหน่วยงานเริ่มมีการยกเลิกเทศกาลปีใหม่ เพื่อเตรียมมาตรการให้รัดกุม เพราะการแพร่ระบาดที่มีการแพร่กระจายได้เร็ว ติดเชื้อได้ง่าย แม้จะมีรายงานผู้ป่วยอาการหนักน้อยกว่าสายพันธุ์อื่น แต่การจะสรุปว่าโอมิครอนอันตรายน้อยกว่าสายพุนธุ์อื่น ถือว่าเป็นการด่วนสรุปที่ประมาทมากเกินไป

พญ.อภิสมัยกล่าวว่า สำหรับการจัดเทศกาลปีใหม่ในประเทศไทย สธ.ได้ย้ำมาตรการให้ระบบสาธารณสุขทั่วประเทศเตรียมความพร้อม รวมทั้งจัดทีมรองรับการแพร่ระบาด ทั้งศูนย์กักกันชุมชน หรือ Community Isolation และการกักตัวที่บ้าน หรือ Home Isolation ส่วนการฉีดวัคซีนถือว่ามีความสำคัญ เพราะมีรายงานชัดเจนว่าวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าที่ใช้เป็นเข็มบูสเตอร์ หรือการกระตุ้นเข็ม 3 มีแนวโน้มป้องกันสายพันธุ์โอมิคอนได้ผลอย่างมีประสิทธิภาพ

“การศึกษานี้เป็นของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด โดยได้มีการสนับสนุนให้ใช้วัคซีนแอสตร้าฯเป็นการกระตุ้นเข็ม 3 ในการป้องกันโควิด-19 สายพันธ์โอมิครอน ตอนนี้มีวัคซีนเพียงพอ ประชาชนที่ฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม และมีระยะห่างจากเข็ม 2 เกิน 3 เดือน ติดต่อรับเข็ม 3 ได้ ไม่ว่าจะเป็นแอสตร้าฯ หรือวัคซีน mRNA และผู้ที่รู้จักใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อก็จำเป็นต้องได้รับเข็มกระตุ้น เพื่อต่อสู้กับเชื้อโอมิครอน ส่วนการรายงานผู้ติดเชื้อววันนี้ ผู้ป่วยรายใหม่ 2,671 คน เสียชีวิต 27 คน ส่วนใหญ่ยังเป็นกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้มีโรคเรื้อรัง และผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีน” พญ.อภิสมัยกล่าว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง