พบแล้วน้องดีเจ เด็กชายวัย 3 ขวบ หายตัวจากบ้านที่ภูเก็ต อึ้งปาฏิหาริย์สุนัขคู่ใจนำพบ

พบแล้วน้องดีเจ เด็กชายวัย 3 ขวบ ที่หายตัวจากบ้านที่ภูเก็ต หลัง จนท.พร้อมครอบครัวระดมกำลังออกค้นหา พบอยู่ในสวนผลไม้บนภูเขาห่างจากบ้านหลายกิโลเมตร นำส่ง รพ.อาการปลอดภัย เผยปาฏิหาริย์ความรักสื่อถึงกัน เมื่อ “เจ้าโจ้” สุนัขคู่ใจน้องดีเจ นำคุณตาเลาะป่าเขาพาไปพบน้องดีเจ

จากกรณีที่นางสาวเสาวลักษณ์ ไชโย อายุ 23 ปี พนักงาน ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในจ.ภูเก็ต ร้องไปยังสื่อมวลชนผ่านทางโซเชียลมีเดียขอให้ช่วยตามหา ด.ช.เจษฎากร ไชโย หรือน้องดีเจ อายุ 3 ขวบ 9 เดือน บุตรชาย ซึ่งหายออกจากบ้าน เลขที่ 5 /3 หมู่ 3 ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น.ของวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา จนหลายฝ่ายทั้งครอบครัว ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ตำรวจ เร่งระดมค้นหาในพื้นที่ตลอด 6 วันที่ผ่านมาแต่ยังไม่พบตัว

ล่าสุด ในช่วงเช้าวันนี้( 9 ก.พ.) ได้มีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่หลายภาคส่วน ทั้งเจ้าหน้าที่ศูนย์ข้อมูลคนหาย เพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ (มูลนิธิกระจกเงา) นำโดยนาย เอกลักษณ์ หลุ่มชมแข พ.ต.อ. กิตติพงษ์ คล้ายแก้ว ผกก.สภ.วิชิต และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่มูลนิธิกุศลธรรม เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ประชาชนชาวภูเก็ตที่ทราบข่าว และพนักงานของสุโขสปา กว่า 100 คน กระจายกำลังออกค้นหา ตั้งแต่บ้านขึ้นไปยังบนภูเขา โดยมีนายสุจิตร ไชโย อายุ 53 ปี คุณตาของน้องดีเจ และเจ้าโจ้ สุนัขที่เลี้ยงไว้เป็นเพื่อนของน้องดีเจ ออกค้นหาไปด้วย

โดยขณะค้นหาบนภูเขาซึ่งเดิมเป็นสวนยางรกทึบมีเส้นทางยากลำบากทำให้เจ้าหน้าที่ที่ร่วมค้นหาบางส่วนตัดสินใจเดินลงมาก่อนเพราะไม่คิดว่าน้องดีเจจะเดินเข้าไปได้ มีเพียงนายสุจิตร คุณตาของน้องดีเจที่มุ่งมั่นค้นหา โดยระหว่างทางคุณตาได้มีการไหว้บอกกล่าวเจ้าที่และเดินค้นหาเป็นระยะ และซึ่งระหว่างนั้นเองคุณตาได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่าตนเองนั้นมีจิตสัมผัสได้ว่าน้องดีเจจะอยู่บนภูเขานี้ขอให้ผู้สื่อข่าวตามมา แต่คุณตาได้วิ่งอย่างรวดเร็วทำให้วิ่งตามไม่ทันจึงตัดสินใจเดินลงมารอที่ด้านล่าง

น้องดีเจ

ผ่านไปไม่ถึง 15 นาที ก็ได้ยินเสียงคุณตาร้องตะโกนอยู่บนยอดเขาสูง ทุกคนจึงรีบวิ่งขึ้นไปอีกครั้ง โดยวิ่งไปตามเสียง พบว่าไปทะลุบริเวณถนนเส้น 200 ปี ที่ตัดผ่านไปยังยอดเขา คุณตาได้บอกให้เข้าไปหาภายในสวนผลไม้แห่งหนึ่งห่างจากถนน 200 ปี ลงไปประมาณ 200 เมตร ซึ่งระบุว่าพบตัวน้องดีเจ เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปถึงพบว่ามีชายซึ่งอ้างว่าเป็นเจ้าของสวนบอกว่าน้องดีเจอยู่ใกล้ลำธารพร้อมกับชี้ไปยังจุดที่ระบุ ก่อนจะวิ่งนำลงไป เจ้าหน้าที่มูลนิธิกุศลธรรมจึงวิ่งตามลงไปค้นหาอีกครั้ง โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที พบตัวน้องดีเจอยู่ในป่าใกล้ลำธารในสภาพอิดโรย มีบาดแผลเต็มแขนขาทั้งสองข้าง จึงนำตัวขึ้นมาอย่างทุลักทุเล ขณะที่นางเสาวลักษณ์ แม่ของน้องดีเจก็โผเข้ากอดด้วยความดีใจ ก่อนที่เจ้าหน้าที่มูลนิธิกุศลธรรมจะเร่งนำตัวน้องดีเจ ขึ้นรถจักรยานยนต์ รีบขึ้นจากสวนไปยังจุดจอดรถพยาบาลด้านบนและนำตัวส่งเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลวชิระ

โดยสอบถามจากชายเจ้าของสวนเล่าว่า ตนเองเห็นเด็ก (น้องดีเจ) มา 3 วันแล้ว ขณะนั้นคิดว่าเป็นลูกของแรงงานชาวเมียนมา จึงบอกให้เด็กขึ้นไปข้างบน เพราะว่าตนเลี้ยงสุนัขไว้เกรงจะได้รับอันตราย และไม่ได้แจ้งให้ใครทราบ เพราะไม่รู้ว่าเป็นลูกใครและยุ่งกับงานสวน จากนั้นตนก็ทำงานในสวนปกติ แต่ก็ได้ยินเสียงเด็กร้องอยู่บ่อยๆ ในวันนี้เห็นนายสุจิตร คุณตาของเด็กซึ่งเป็นอดีตลูกน้องของตนมาถามหาจึงบอกว่าเห็นเด็กอยู่ทางนั้น และรีบพาลงไปหา ซึ่งถ้าตนทราบตอนแรกว่าเป็นหลานของนายสุจิตรก็คงจะพาไปส่งแล้ว

น้องดีเจ03

สำหรับอาการของน้องดีเจ ล่าสุดสอบถามไปยัง นพ. จิรเดช ปัญญาสุทธิกิจ นายแพทย์ผู้ทำการรักษา โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต กล่าวว่า ภาพรวมจากการตรวจร่างกายนั้น อาการของน้องดีเจนั้นอยู่ในเกณฑ์ดี เด็กมีร่างกายอ่อนเพลีย ต้องให้น้ำเกลือ วิตามินซี และอาหารเสริม และพักผ่อน ขณะที่บาดแผลตามแขนขาและลำตัวนั้นแพทย์ได้ปฐมพยาบาลให้พร้อมรับปากจะดูแลอย่างใกล้ชิด

ขณะที่บ้าน เลขที่ 5 /3 หมู่ 3 ต.วิชิต ซึ่งเป็นบ้านของน้องดีเจนั้น มีเพื่อนบ้านและพนักงานของสุโขสปาที่อยู่ใกล้เคียงมาร่วมแสดงความยินดีกับ พร้อมสอบถามเรื่องราวทั้งหมดจากนายสุจิตร คุณตาของน้องดีเจ ถึงตอนไปพบเจอ โดยคุณตาเล่าว่า เจ้าโจ้ สุนัขเพื่อนรักของน้องดีเจเป็นคนนำไปเจอ ทำให้ทุกคนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ พร้อมเข้าไปขอบคุณเจ้าโจ้ สุนัขของน้องดีเจ ที่นำน้องดีเจกลับมาสู่อ้อมอกครอบครัวอีกครั้ง

นางนวลจันทร์ มีโรง คุณยายของน้องดีเจ กล่าวว่า ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะตำรวจและและมูลนิธิกระจกเงา มูลนิธิกุศลธรรม เจ้าหน้าที่คนงานสุโขสปา และประชาชนชาวภูเก็ตทุกคน ที่ช่วยตามหาน้องดีเจจนพบตัวกลับมา ไม่รู้จะตอบแทนน้ำใจอย่างไร ส่วนตนเองรู้สึกดีใจมาก

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของเจ้าของสวนผลไม้ที่พบตัวน้องดีเจนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.วิชิตได้เชิญตัวไปสอบปากคำอีกครั้งว่าเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของน้องดีเจหรือไม่ หรือน้องดีเจจะพลัดหลงมาเอง ซึ่งต้องรอการสอบสวน

บทความก่อนหน้านี้คุม’หญิงคนสนิทอาเธอร์’ชี้บ้านเช่า-จุดทิ้งมีด พันฆ่าหั่นศพ
บทความถัดไป‘เพื่อนตำรวจ’ลดราคาเสื้อทิ้งท้ายก่อนพักทีม