ตามรวบรอบสอง “พ่อมดคริปโตเคอเรนซี่” ตุ๋น 500 ล้าน หลังหนีคดีชั้นศาล พบหมายจับติดตัวอื้อ

25.12.21 | 15:41 น.

เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 64 ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป., สั่งการให้ พ.ต.อ.เผด็จ งามละม่อม ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ต.เดชวุฒิ อุตรศาสตร์ สว.กก.1 บก.ป.จับกุม นายมานะ จูเมือง อายุ 50 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดพิจิตร


ที่ 157/2564 วันที่ 23 ธ.ค. 2564 ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ได้ที่บริเวณหน้าบ้านพัก ภายในซอยรามอินทรา34 แยก 22 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม.

สืบเนื่องจากในข่วงระหว่างปี 2561-2562 นายมานะ ได้มีพฤติการณ์ร่วมกับพวกคนไทยและชาวเวียดนาม อ้างตัวเป็นนักค้าเงินสกุลดิจิทัล หรือคริปโตเคอเรนซี่ โดยทำกันเป็นขบวนการมีทั้งคนเปิดบัญชี คนเจรจาหลอกลงทุน และคนคุมเงินที่ได้มาจากการกระทำความผิด ซึ่งในส่วนของนายมานะ จะเปรียบเหมือนหัวหน้าขบวนการ และมักอ้างตัวว่าเป็น “พ่อมด คริปโตเคอเรนซี่” (ผู้ที่ชำนาญด้านการค้าเงินสกุลดิจิตอล) เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ ซึ่งจะช่วยให้สามารถชักจูงให้กลุ่มผู้เสียหายร่วมลงทุนในเงินสกุลดิจิตอลต่างๆ ได้ง่าย รวมถึงยังอ้างว่าหากนำเงินมาร่วมลงทุนจะได้รับผลตอบแทนสูง กำไรดี เช่น ลงทุนเงินเพียง 200 วัน จะได้กำไรทันที 400 % เป็นต้น

นอกจากนี้แก๊งของนายมานะ ยังมีพฤติการณ์ชักชวนกลุ่มผู้เสียหายให้ลงทุนในสกุลเงินดิจิตอลสกุลเงินวันคอยน์ โดยอ้างว่าได้เปิดร้านขายสินค้าบนแพลตฟอร์มการซื้อขายสินค้าขึ้นมา เป็นแพลตฟอร์มที่เปิดให้มีการซื้อขายสินค้าโดยใช้เงินดิจิตอลสกุลวันคอยน์โดยเฉพาะ ซึ่งในแพลตฟอร์มดังกล่าวจะมีสินค้าลงประกาศขายด้วยกันหลายรายการ อาทิ บ้านพักอาศัย, รถยนต์, ที่ดิน, ทองคำ, อาหารเสริม, เครื่องสำอาง และเสื้อผ้า การลงทุนเหล่านี้นายมานะยังอ้างว่า ผู้ลงทุนจะได้รับอัตราค่าตอบแทนสูง และมีโปรโมชั่นที่น่าสนใจ เช่น แลกสินค้าต่างๆ, แลกทองคำ, แลกรถเบ๊นซ์ หรือแลกบ้านเดี่ยว เป็นต้น ทำให้ประชาชนจำนวนมากทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ หลงเชื่อ จึงร่วมลงทุนไปรวมเป็นเงินกว่า 500 ล้านบาท ในช่วงแรกมีการจ่ายเงินปันผลจริง แต่ต่อมาเมื่ออเห็นว่าเหยื่อเยอะมากขึ้น จึงเริ่มออกลายไม่จ่ายค่าตอบแทน ก่อนจะตัดขาดการติดต่อหนีไปในที่สุด กลุ่มผู้เสียหายจึงรวมตัวกันเข้าแจ้งความตามท้องที่ต่างๆจนมีการออกหมายจับก่อนที่ตำรวจกองปราบปรามฯจะสามารถติดตามจับกุมตัวเมื่อปลายปี 2562

Advertisement

อย่างไรก็ตามหลังถูกจับกุมครั้งดังกล่าว ขณะที่คดีเข้าสู่ชั้นศาลนายมานะ ได้ยื่นขอประกันตัวสู้คดี แต่เมื่อได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวแล้ว กลับมีพฤติการณ์หลบหนีการพิจารณาในชั้นศาล จนทำให้มีการออกหมายจับดังกล่าวตามมา กระทั่งมาถูกตำรวจกองปราบปรามฯตามรวบตัวได้อีกครั้งดังกล่าว

จากการสอบสวน นายมานะ ให้การปฏิเสธ และไม่ขอให้รายละเอียดใดๆ ในขั้นจับกุม นอกจากนี้จากการตรวจสอบประวัติพบยังมีหมายจับในคดีลักษณะเดียวกันติดตัวอีก 14 หมายจับ เบื้องต้นจึงนำตัวส่งศาลจังหวัดพิจิตร ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป