แก๊งคอลเซ็นเตอร์จีนเหิมเกริมหอบอุปกรณ์เข้าช่องทางธรรมชาติ หวังตั้งฐานในไทยถูก ตร.สืบภาค 2 เฝ้าสกัดจับ 9 คน

26.12.21 | 10:57 น.

เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. พล.ต.อ.ดำรงค์ศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร./ผอ. ศปอส.ตร. (PCT) สั่งการให้ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.ภ.2, พล.ต.ต.อิทธิพร โพธิ์ทอง รอง ผบช.ภ.2, พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.ภ.2/หน.ชุดปฏิบัติการที่ 5 ศอ.ปส.ตร. (PCT) บูรณาการกำลังดำเนินการสืบสวนตามแนวพรมแดนเขตพื้นที่ภาคตะวันออกให้เข้มงวดหลังเมื่อวันที่ 23 ธ.ค. ตำรวจร่วมกับฝ่ายทหารตรวจค้นอาคารต้องสงสัย 2 แห่งในประเทศกัมพูชา ซึ่งเป็นจุดที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์คนไทยใช้เป็นแหล่งกบดาน และกระทำความผิดหลอกลวงคนไทยให้โอนเงินด้วยวิธีการต่างๆ ทำให้เกิดความเสียหายจำนวนหลายร้อยล้านบาท ผลการเข้าตรวจค้นพบกลุ่มชาวไทยกำลังใช้อุปกรณ์คอลเซ็นเตอร์ ติดต่อสื่อสาร จึงเข้าควบคุมตัวคนไทยไว้ทั้งหมดจำนวน 39 คน, คนจีน 5 คน ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจประเทศกัมพูชาดำเนินคดีตามกฎหมาย ขยายผลทราบว่าจะมีการเคลื่อนย้ายคนจีนบางส่วนหลบหนีเข้ามาเพื่อตั้งศูนย์ปฏิบัติการอยู่ในประเทศไทย ผ่านช่องทางจังหวัดสระแก้ว


ต่อมา พล.ต.ต.ธีรเดช พ.ต.อ.สหัส ใจเย็น รอง ผบก.สส.ภ.2 พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง ผกก.กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.ภ.2, พ.ต.อ.ธนเสฏฐ์ ประชาชัยศรี ผกก.สืบสวน 3 บก.สส.ภ.2, พ.ต.ต.มาโนชย์ ทองแก้ว สว.กก.3 บก.สส.ภ.2, ร.ต.อ.นิธิศ ไกรราช, ร.ต.อ.เชาว์ลิตร ทับทิมเทพ รอง สว.กก.3 บก.ส.ภ.2, ด.ต.ปัญญา บุญเทียน, ด.ต.ณัฐ สอนตระกูล, ด.ต.อภิชัย โกจันทึก, ด.ต.พงศธร ดาวไธสง ผบ.หมู่ กก.สืบสวน 3 บก.สส.ภ.2 เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.ภ.2 ร่วมกับ ศปอส.ตร. (PCT) ชุดปฏิบัติการที่ 5 สืบทราบว่าจะมีการลักลอบเข้ามาที่ประเทศไทยบริเวณริมถนนคลองไก่เถื่อนทับทิมสยาม 05 หมูที่ 1 ต.คลองไก่เถื่อน อ.คลองหาด จ.สระแก้ว จึงบูรณาการกับตำรวจตรวจคนเข้าเมือง พ.ต.ท.จิรเดช พุฒินาทพัฒน์ รอง ผกก.ตม.สระแก้ว, พ.ต.ต.ธณพ ธารีไทย สว.ตม.จว.สระแก้ว, เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองหาด พ.ต.ท.มงคล ประไพ สว.สส.สภ., เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จว.สระแก้ว พ.ต.ต.สาโรช บุปผา สว.กก.สส.ภ.จว.สระแก้ว และตำรวจกองร้อยเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนที่ 4 ร.ต.อ.สาธิต สร้างนานอก ปรท.ผบ.ร้อย ฉก.ตชด.4 และ เจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.คลองหาด เข้าไปตรวจสอบ เมื่อวันที่ 25 ธ.ค.

พล.ต.ต.ธีรเดชกล่าวว่า ตรวจสอบพบรถกระบะสองคันขับวนเวียนลักษณะต้องสงสัยภายในรถมีบุคคลนั่งอยู่ในรถจำนวนหลายคน จึงแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจขอตรวจค้นพบคนไทย 2 คน ทราบชื่อนายเดชา ยอดพะเนา อายุ 45 ปี และนายทิวากร ยอดพะเนา อายุ 30 ปี ผู้ขับขี่ลักลอบพาคนจีน 9 คน พร้อมอุปกรณ์สำหรับเปิดออฟฟิศแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลายรายการ จึงจับกุม ตรวจยึดของกลางรถยนต์โตโยต้า ทะเบียน ถว 4145 กรุงเทพมหานคร 1 คัน รถยนต์ฟอร์ด ทะเบียน 8 กศ 9076 กรุงเทพมหานคร 1 คัน โทรศัพท์มือถือ 22 เครื่อง อะแดปเตอร์สำหรับชาร์จไฟ 20 ตัว สายชาร์จไฟ 20 เส้น และกระเป๋าเป้ 1 ใบ นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองหาด จ.สระแก้ว ดำเนินคดีกับชาวไทย 2 คน ข้อหา “ช่วยเหลื่อ ช่วยซ่อนเร้น หรือช่วยเหลือด้วยประการใดๆ เพื่อให้บุคคลต่างด้าวเข้าเมืองผิดกฎหมายพ้นจากการจับกุม” ส่วนชาวจีนทั้ง 9 คน ถูกดำเนินคดีในข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และแจ้งผู้ต้องหาทั้งหมดว่า ฝ่าฝืนคำสั่งจังหวัดสระแก้วที่ 944/2563 ห้ามเคลื่อนย้ายบุคคลต่างด้าวเข้ามาในจังหวัด” และจะมีการขยายผลตรวจสอบพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มชาวจีนในส่วนการฉ้อโกงประชาชนต่อไป ในชั้นจับกุมชาวจีนรายหนึ่ง สารภาพว่า “ผ่านเข้าเมืองมาผ่านช่องทางธรรมชาติ ส่วนโทรศัพท์มือถือทั้งหมดนั้นจะนำมาใช้โทรหลอกลวง แต่ยังไม่ทราบว่านายจ้างเป็นผู้ใด” และจากการหาตรวจเชื้อโควิด เบื้องต้นผลยังไม่พบเชื้อทั้ง 11 คน

พล.ต.ต.ธีรเดชกล่าวว่า “การจับกุมครั้งนี้เราได้ขยายผลมาจากการทลายแหล่งกบดานในประเทศกัมพูชา 2 แห่ง ซึ่ง ศปอส.ตร. และ บก.สส.ภ.2 จะมีการบูรณาการร่วมกันในการขยายผลโดยเฉพาะของกลางโทรศัพท์จำนวนมากที่ได้จากชาวจีนกลุ่มนี้ เชื่อว่าใช้เป็นอุปกรณ์ให้การใช้หลอกลวง ผ่านโปรแกรมต่างๆ ซึ่งจะส่งตรวจพิสูจน์ต่อไปและด้วยข้อสั่งการจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.สุวัฒน์ ในช่วงมีการระบาดของเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน ที่เพิ่มความเข้มข้นระดับสูงสุดในการเข้าประเทศ ทั้งทางอากาศ ช่องทางธรรมชาติ ทางบก ทางเรือ จึงขอเตือนคนที่คิดจะลักลอบนำชาวต่างชาติเข้าประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย จะมีมาตรการกวาดล้างอย่างเข้มข้น อย่าสร้างความเดือดร้อนให้กับสังคมส่วนรวม”

Advertisement