หน้าแรก ในประเทศ พ่อ-แม่มิกกี้...

พ่อ-แม่มิกกี้ เข้าพบผู้ต้องหา หลังนำภาพครอบครัว-หลานโพสต์ในเพจด้วยถ้อยคำรุนแรง

27.12.21 | 09:56 น.

พ่อ-แม่มิกกี้ เข้าพบผู้ต้องหาที่ สน.วังทองหลาง หลังนำภาพครอบครัว-หลานโพสต์ในเพจด้วยถ้อยคำรุนแรง

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 27 ธันวาคม ที่ สน.วังทองหลาง ดร.สิริพร และนายสุภรัตน์ อัลภาชน์ โค้ชรักบี้ทีมชาติไทย พ่อและแม่ของ “มิกกี้” นนท์ อัลภาชน์ สามี “เจนนี่” อัลภาชน์ ณ ป้อมเพชร ดาราสาวชื่อดัง เดินทางมาพบพนักงานสอบสวน เพื่อยืนยันเอาผิด น.ส.อรทัย หลักแก้ว ผู้ต้องหาคดีร่วมกันหมิ่นประมาท จากการนำภาพของครอบครัวไปโพสต์ในเพจ ‘สัพเพเหระ all about ไอ้แบ้และอิปลวก’ ด้วยถ้อยคำที่รุนแรง

ดร.สิริพรเปิดเผยว่า สืบเนื่องจากปีที่แล้ว มีผู้ส่งเนื้อหาในเพจมาให้ ซึ่งพยายามที่จะไม่ให้ลูกเห็น กระทั่งมีการนำภาพหลานสาวมาโพสต์ในเพจ และมีการใช้คำพูดที่รุนแรงมาก รวมถึงมีผลกระทบต่อหน้าที่การงาน ส่งผลให้ครอบครัวมีอาการเครียด รวมทั้งมีอาการนอนไม่หลับ จึงตัดสินใจแจ้งความที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) เมื่อ 22 ธันวาคม 2563 และกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ในข้อหาหมิ่นประมาท ซึ่งเป็นการกระทำผิดต่างกรรมต่างวาระ จนทราบตัวผู้กระทำผิดหลายราย ส่วนใหญ่แล้วผู้กระทำเป็นผู้หญิง และบางรายยังมีลูกอีกด้วย ที่ผ่านมามีการออกหมายเรียกมาแล้วประมาณ 5-6 ราย ซึ่งจากการพูดคุยนั้น เหตุผลที่กระทำดังกล่าว เป็นเพราะเห็นว่าเพื่อนทำ จึงทำด้วย ซึ่งส่วนตัวไม่เข้าใจถึงเหตุผล เนื่องจากไม่รู้จักกับผู้กระทำแต่อย่างใด ส่วนผู้ต้องหารายนี้เป็นรายแรกที่มีการออกหมายจับ เนื่องจากไม่มีการเดินทางมาตามหมายเรียก ส่วนทางผู้ดูแลเพจดังกล่าว ทาง ปอท. สันนิษฐานว่าอาจอาศัยอยู่ที่ต่างประเทศ นอกจากนี้ ที่ผ่านมามีคนติดต่อมาขอโทษโดยไม่เปิดเผยตัวตน ซึ่งไม่ทราบว่าเป็นเจ้าของเพจหรือไม่ แต่ยืนยันว่าคำขอโทษนั้นไม่เพียงพอ

ต่อมาผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งสองคนได้พยายามติดต่อขอเข้าพบผู้ต้องหาที่อยู่ภายในห้องขัง ซึ่งภายหลังจากที่ทั้งคู่ได้เข้าไปพูดคุย ได้ออกมาเปิดเผยว่า ผู้ต้องหาได้ยกมือไหว้และขอโทษ และบอกว่าไม่ใช่เจ้าของเพจ เป็นเพียงลูกเพจที่เข้าไปคอมเมนต์ จึงถามว่าทำไปทำไม ผู้ต้องหาตอบว่า เห็นเพื่อนด่า เลยต้องด่าด้วย ซึ่งคำตอบดังกล่าวไม่สามารถเยียวยาจิตใจและครอบครัวได้เลย ไม่คุ้มเลยที่จะทำเช่นนี้ เพราะอายุความของคดีมีถึง 10 ปี ในวันนี้ถือว่าได้มาทำหน้าที่พ่อแม่และปู่ย่า ปกป้องครอบครัวของลูก ซึ่งก่อนหน้านี้มีหลายคนที่เข้ามาติดต่อไกล่เกลี่ยหลายราย ซึ่งคนที่เข้าพูดคุยจะไม่ออกหมายจับ แต่คนที่ไม่เข้ามาก็ให้ว่าไปตามกฎหมาย เนื่องจากไม่ต้องการเงินทองอะไร แต่อย่างใด เพียงแค่ต้องการให้สังคมเห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นเรื่องที่ผิด

Advertisement