วันที่ 27 ธันวาคม พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.สราวุธ คนใหญ่ รอง ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.ฤตวีร์ สุขเจริญ ผกก., พ.ต.ท.วสุเทพ ใจอินทร์, พ.ต.ท.พัชรพงษ์ กาญจนวัฎศรี รอง ผกก. พ.ต.ต.ทศรัศมิ์ กิติธารา สว.กก.วิเคราะห์และเครื่องมือพิเศษ ร่วมกันจับกุมนายราตรี (สงวนนามสกุล) อายุ 50 ปี ชาว จ.นครพนม ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 1981/2557 ลงวันที่ 11 พ.ย.2557 ในความผิดฐาน “ข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี ซึ่งมิใช่ภริยาของตน โดยเด็กหญิงนั้นไม่ยินยอม โดยใช้กำลังประทุษร้ายและกระทำต่อผู้สืบสันดาน” โดยจับกุมที่หน้าบ้านไม่มีเลขที่ ถนนบ้านวังข่า-วัดสิงห์ทอง ต.ท่าอิฐ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.ที่ผ่านมา นำส่ง พงส.สน.บางเขน
พล.ต.ต.นพศิลป์ เปิดเผยว่าเมื่อปี พ.ศ.2557 ขณะนั้นนายราตรี ผู้ต้องหามีภรรยาและลูกสาว 1 คน โดยแยกกันอยู่ ซึ่งปกติลูกสาวจะอยู่กับแม่ วันที่เกิดเหตุเด็กหญิงเอ (นามสมมุติ) ลูกสาวอายุ 14 ปี เดินทางมายังบ้านพักคนงานบริเวณซอยพหลโยธิน 54 เพื่อมาพบผู้ต้องหา ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป, รับเหมาก่อสร้าง ซึ่งเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมาย โดยปกติตัวลูกสาวมาพบพ่อเป็นประจำช่วงวันหยุด ต่อมาถูกบิดา ขณะนั้นมึนเมาจากการดื่มสุราทำร้ายลูกสาวโดยการชกที่ท้องใช้มือบีบขากรรไกรลูกสาวและใช้กำลังข่มขืนกระทำชำเราโดยไม่ยินยอมฯ ต่อมาลูกสาวซึ่งอยู่ในอาการหวาดกลัวแจ้งเรื่องที่ถูกบิดาข่มขืนให้มารดาทราบเรื่อง ก่อนมาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับบิดา และออกหมายจับเพื่อติดตามจับกุม หลังจากก่อเหตุเสร็จนายราตรี ทราบว่าถูกภรรยาแจ้งความดำเนินคดี หลบหนีคดีมาเป็นเวลากว่า 7 ปี โดยประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไปโดยอาศัยอยู่ตามไซด์งานก่อสร้างและย้ายที่อยู่บ่อยครั้ง เพราะกลัวว่าจะมีคนจำได้ เนื่องจากช่วงที่ก่อเหตุนั้นคดีนี้เป็นข่าวดัง โดยนายราตรีใช้ชีวิตแบบหลบๆ ซ่อนๆ มาโดยตลอด เพราะกลัวว่าจะตนจะถูกจับกุม จนกระทั่งถูกติดตามจับกุมดังกล่าว

