เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วยผบ.ตร. ฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปน.ตร.) ประสานการปฏิบัติกับ พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผบช.ภ.3 พล.ต.ท.ยรรยง เวชโอสถ ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.ธรรมศักดิ์ ปิ่นทอง รองผบช.ภ.4 พล.ต.ต.ณัฐนนท์ ประชุม ผบก.สส.ภ.4 พล.ต.ต.สุรชัย สังขพัฒน์ ผบก.ภ.จว.เลย พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี ผบก.ภ.จว.อุดรธานี และ พล.ต.ต.พรชัย นลวชัย ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา ภายใต้ยุทธการ “สร้างความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ หยุดการข่มขู่เอารัดเอาเปรียบประชาชน” ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปิดล้อมตรวจค้นกลุ่มนายทุนเงินกู้นอกระบบที่เอารัดเอาเปรียบประชาชนในพื้นที่ จังหวัดเลย อุดรธานี และนครราชสีมา ซึ่งมีเป้าหมายกลุ่มนายทุน 5 เป้าหมาย ตรวจค้นสถานที่ 9 จุด
พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่าจับกุม นายอลงกร ผานามอญ อายุ 34 ปี ตามหมายศาล หลังเข้าตรวจค้นครั้งแรก เมื่อวันที่ 9 พ.ย. เนื่องจากถูกร้องเรียน คิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 20 ต่อ 24 วัน และ นายโชคสวัสด์ิ ลีเพ็ญ อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเลย ที่ 184/2564 และ 185/2564 ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ให้บุคคลอื่นยืมเงิน หรือกระทำการใด ๆ อันมีลักษณะเป็นการอำพรางให้กู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยตามที่กฎหมายกำหนด ” และพบเงินหมุนในบัญชีประมาณ 18.2 ล้านบาท 2.ตรวจยึดรถยนต์ 5 คัน, รถจักรยานยนต์ 31 คัน มูลค่า 7.2 ล้านบาท 3.ตรวจยึดโฉนดที่ดิน รวมจำนวน 10 ฉบับ เนื้อที่ประมาณ 30 ไร่ ราคาประเมิน 50 ล้านบาท รวมมูลค่า 57.2 ล้านบาท
พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่าการเข้าจับกุมเป็นการขยายผลการจับกุมจากครั้งที่ผ่านมา โดยพบว่าหลักฐานที่ตรวจยึดได้มีหลักฐานมากพอที่จะดำเนินคดีกับผู้ต้องหาเพื่อปราบปรามขบวนการดังกล่าวให้หมดสินตามนโยบายของรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กำหนดให้ปัญหาหนี้นอกระบบซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของพี่น้องประชาชน เป็นวาระแห่งชาติ

