เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. พร้อมด้วย พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป., พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว ผกก.6 บก.ป., พ.ต.อ.กฤษฎาพร บ้านโปร่ง รอง ผบก.ปอศ., และ พ.ต.อ.ภาดล จันทร์ดอน ผกก.5 บก.ปอศ. โดยกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) “สอบสวนกลางทลายแก๊งโหด สร้างบาดแผลฉ้อโกงประกันภัย” ความเสียหายกว่า 20 ล้านบาท
สืบเนื่องจากกลุ่มบริษัทประกันภัยได้แจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน กก.6 บก.ป. ให้ดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ต้องหาที่ฉ้อโกงบริษัทประกันภัย ส่งผลให้ได้รับความเสียหายหลายบริษัท ซึ่งเมื่อประมาณต้นปี พ.ศ.2559 กลุ่มมิจฉาชีพกลุ่มนี้ได้ร่วมกันจัดฉากสร้างบาดแผลเพื่อฉ้อโกงเงินประกันจากบริษัทประกันภัย โดนการชักชวนประชาชนให้เข้ามาทำประกันภัย และให้ค่าจ้างตามลักษณะบาดแผล เช่น หากได้รับบาดเจ็บนอนโรงพยาบาล จะได้รับเงินค่าจ้างคืนละ 3,000 บาท โดยกลุ่มมิจฉาชีพจะนำชื่อของผู้เอาประกันภัยเข้ามาในที่พักอาศัยของกลุ่มขบวนการ และให้ค่าจ้างเป็นค่ารับย้ายเข้า เพื่อให้ผู้เอาประกันมีความน่าเชื่อถือ จากนั้นจะให้ผู้สมัครใจเอาประกันเปิดบัญชีธนาคาร พร้อมกับทำบัตรเอทีเอ็ม แต่ทางขบวนการจะยึดสมุดบัญชีและบัตรเอทีเอ็มไว้ จากนั้นขบวนการจะพาผู้สมัครใจเอาประกันเดินทางไปทำประกันภัย บางครั้งมีการแจ้งข้อมูลเท็จในด้านอาชีพหรือรายได้ของผู้เอาประกันเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ จนบริษัทประกันภัยยอมออกกรมธรรม์ประกันภัยให้
ต่อมาทางขบวนการจะนัดหมายให้บุคคลผู้เอาประกันมาทำบาดแผล เช่น การนำน้ำแกงเดือดราดที่บริเวณขาผู้สมัครใจเอาประกันจนได้รับบาดเจ็บ จากนั้นจะนำตัวผู้เอาประกันส่งโรงพยาบาล และขบวนการมิจฉาชีพจะนำเอกสารที่ให้ผู้เอาประกันลงลายมือชื่อไว้ไปยื่นขอเบิกเงินประกันกับบริษัทประกันภัย
จากการสืบสวนพบว่า มีผู้เอาประกันที่ได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลน้ำร้อนลวก และเบิกเงินประกันในลักษณะดังกล่าว 13 ราย โดยมีขบวนการกลุ่มมิจฉาชีพที่กระทำผิดลักษณะดังกล่าว จำนวน 3 เครือข่ายใหญ่ ในพื้นที่ภาคใต้ พบความเสียหายกว่า 20 ล้านบาท ซึ่งบริษัทประกันภัยได้จ่ายเงินค่าชดเชยไปแล้ว รวมเป็นเงินกว่า 14 ล้านบาท และอยู่ระหว่างการพิจารณาจ่ายเงินประกันอีกกว่า 6 ล้านบาท
ตำรวจสอบสวนจึงรวบรวมพยานหลักฐานจนทราบขบวนการและกลุ่มผู้กระทำผิด จนกระทั่งสามารถขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับผู้ต้องหาได้
ในข้อหาซ่องโจร, ร่วมกันพยายามฉ้อโกง, ทำร้ายผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เพื่อกระทำความผิดอื่น เพื่อเอาผลประโยชน์ ต่อมาเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลางได้นำกำลังเข้าตรวจค้นและจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา จำนวน 15 จุดทั่วประเทศ จนกระทั่งสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 เครือข่าย รวมผู้ต้องหาทั้งสิ้น 16 ราย อยู่ระหว่างติดตามจับกุมตัวอีก 2 ราย นอกจากนี้ ยังพบอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ไม่มีเครื่องหมายทะเบียน จำนวน 2 กระบอก และกระสุนปืนลูกซองเบอร์ 12 จำนวน 12 นัด จึงจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
หลังสิ้นสุดการแถลง ตัวแทนผู้บริหารจากบริษัทประกันภัยได้มอบกระเช้าและกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลางเพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป


