บก.ปอศ.ทลายเครือข่ายแก๊งหลอกกู้เงินสินเชื่อออนไลน์ พบเงินหมุนเวียนกว่า 600 ล้านบาท

28.12.21 | 13:00 น.

เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. พร้อมด้วย พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป., พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว ผกก.6 บก.ป., พ.ต.อ.กฤษฎาพร บ้านโปร่ง รอง ผบก.ปอศ., และ พ.ต.อ.ภาดล จันทร์ดอน ผกก.5 บก.ปอศ. ร่วมแถลงผลการปฏิบัติการ โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) “สอบสวนกลางปราบแก๊งโกงกู้” จับกุมแก๊งคนร้ายหลอกประชาชน อ้างใช้บัตรประชาชนใบเดียวขอเงินกู้ พบเงินหมุนเวียนในกลุ่มคนร้ายกว่า 600 ล้านบาท

สืบเนื่องจากธนาคารพาณิชย์ได้ออกผลิตภัณฑ์ให้สินเชื่อในรูปแบบออนไลน์ โดยประชาชนสามารถขอสินเชื่อผ่านทางออนไลน์ได้ เพื่อให้ประชาชนได้รับอนุมัติวงเงินกู้เร็วขึ้น และเป็นการป้องกันการแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19 กลุ่มมิจฉาชีพได้เห็นช่องทางจากมาตรการดังกล่าว จึงหลอกลวงประชาชนที่ขาดรายได้ โดยการชักชวนว่าสามารถหาแหล่งเงินทุนให้ได้เพียงแค่ใช้บัตรประชาชนใบเดียวก็สามารถกู้เงินได้

เมื่อประมาณเดือนสิงหาคม 2564 ประชาชนในพื้นที่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ร้องเรียนผ่านสื่อมวลชนว่าถูกกลุ่มมิจฉาชีพซึ่งเป็นนายหน้าอ้างว่าสามารถหาเงินกู้ให้ได้ จึงหลงเชื่อและมอบบัตรประชาชนให้ หลังจากนั้นกลุ่มมิจฉาชีพพาไปสแกนใบหน้าเพื่อยืนยันตัวตนกลางป่าในพื้นที่ อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว โดยอ้างว่าเป็นขั้นตอนหนึ่งของการยื่นกู้ จากนั้นประมาณ 1 เดือน กลุ่มมิจฉาชีพได้นำโทรศัพท์มามอบให้ พร้อมกับเงินประมาณ 4 หมื่นกว่าบาท ซึ่งอยู่ในบัญชีเงินฝากออมทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์ ทว่าต่อมาประชาชนกลับได้รับใบแจ้งหนี้จากธนาคารว่าตนเองเป็นหนี้ 160,000 บาท โดยได้รับเงินจริงเพียง 1 ใน 4 ของยอดเงินกู้ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. จึงสั่งการให้ พล.ต.ต.พุฒิเดช บุญกระพือ ผบก.ปอศ. และ พ.ต.อ.ภาดล จันทร์ดอน ผกก.5 บก.ปอศ. ดำเนินการสืบสวนสอบสวนเรื่องดังกล่าวจนทราบเครือข่ายผู้ที่ร่วมกระทำความผิดในคดีนี้ โดยสมาชิกในเครือข่ายจะทำการแบ่งหน้าที่กัน เช่น กลุ่มจัดหาโทรศัพท์มือถือ, กลุ่มรับจ้างเปิดบัญชี, กลุ่มนายหน้า และกลุ่มผู้รับผลประโยชน์ นำไปสู่การขออนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหา จำนวน 14 ราย

ล่าสุด วันนี้ (28 ธันวาคม) เวลาประมาณ 06.30 น. กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ร่วมกับกองบังคับการปราบปราม และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ได้ร่วมกันปิดล้อมตรวจค้น จับกุมผู้ต้องหาในคดีนี้ จำนวน 10 จุด ในพื้นที่ กบินทร์บุรี, ปราจีนบุรี, พัทยา, สระแก้ว, นครราชสีมา, สมุทรสงคราม และฉะเชิงเทรา ภายใต้ยุทธการ “สอบสวนกลาง ปราบแก๊งโกงกู้”

สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้ 14 ราย ได้แก่

Advertisement

นางสาวณัฐกฤตา สุดสน อายุ 46 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 2138/2564,

นางสาวพรพรรณ ลำพา อายุ 38 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 2139/2564, นายวิโรจน์ เลิศกิจลักษณ์ อายุ 50 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 2140/2564, นางสาวคฑามาส กิ่งเงิน อายุ 22 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 2141/2564, นายศราวุธ เผ่านักรบ อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 2142/2564,

นายจักรณรงค์ พลทะรักษา อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 2143/2564, นายยศวริศ เลิศกิจลักษณ์ อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 2144/2564 นางสาวชุติกาญจน์ เลิศกิจลักษณ์ อายุ 24 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 2145/2564, นางสาวกมลทรรศน์ คำโสดดา อายุ 31 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 2146/2564, นายก้องเกียรติ ทาชมภู อายุ 24 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 2147/2564,

นางศศิธร พลทะรักษา อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 2149/2564,

นางสาวพวงเพ็ญ ลำพา อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 2150/2564, น.ส.สุพัตรา สุริยา อายุ 31 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 2151/2564 และนางสาวศิริลาวัลย์ พึ่งเกษม อายุ 32 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 2148/2564 พร้อมของกลาง บัญชีธนาคาร 65 รายการ, โทรศัพท์มือถือ 78 เครื่อง, เอกสารเกี่ยวกับการทำธุรกรรม 16 รายการ, เอกสารเกี่ยวกับคดี 14 รายการ