รองผบ.ตร. แถลงผลการดำเนินงานศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางไซเบอร์ รวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อ้างตัวเป็นตำรวจ เสียหายกว่า 73 ล้านบาท

เมื่อเวลา 13.30 วันที่ 27 ธันวาคม ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. หรือ PCT, พล.ต.ท.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ฯ, พล.ต.ท.ปรีชา เจริญสหายานนท์ ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ ผบก.สส.สตม./หน.ชุดปฏิบัติการที่ 1 PCT และ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.ภ.2/หน.ชุดปฏิบัติการที่ 5 PCT ร่วมแถลงผลการดำเนินงานของศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (Police Cyber Taskforce) จับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินกว่า 60 ราย ความเสียหายกว่า 73 ล้านบาท
พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ผู้เสียหายได้แจ้งความที่ สภ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ว่ามีการติดต่อจากคนร้ายซึ่งอ้างเป็นบริษัทขนส่ง DHL แจ้งว่ามีพัสดุผิดกฎหมายถูกส่งมาจากต่างประเทศโดยคนร้ายได้ปลอมบัญชีไลน์โดยใช้ชื่อว่า “สภ.เชียงใหม่” ติดต่อกับผู้เสียหายและหลอกให้โอนเงินจำนวนกว่า 500,000 บาท ตำรวจ PCT จึงทำการสืบสวนจนทราบว่า กลุ่มคนร้ายอยู่ที่ประเทศกัมพูชา และมีการแบ่งหน้าที่กันออกเป็น 5 กลุ่ม คือ ระดับสั่งการ, ฝ่ายจัดหาบัญชีและเปิดบัญชีธนาคาร, ฝ่ายติดต่อหลอกลวงผู้เสียหาย, ฝ่ายจัดการการเงิน และฝ่ายจัดหาคนไปทำงานเพื่อหลอกลวงคนไทย จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานส่งให้สถานีตำรวจซึ่งรับคำร้องทุกข์จากผู้เสียหาย เพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับคนร้ายมาดำเนินคดี ซึ่งศาลได้อนุมัติหมายจับแล้ว จำนวน 27 หมาย โดย ภ.5 และ สตม. สามารถจับกุมตัวได้แล้ว 23 หมายจับ
ขณะที่พล.ต.ต.พันธนะ กล่าวว่า ชุดสืบสวนได้เดินทางไปยังประเทศกัมพูชา เพื่อติดตามจับกุมตัวผู้กระทำความผิดกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย โดยทางการกัมพูชาได้นำกำลังเข้าตรวจค้นสถานที่ซึ่งเชื่อว่าใช้ในการกระทำความผิดในเมืองพระสีหนุ และเมืองพนมเปญ จากการตรวจค้นพบคนไทยทำงานให้กับเครือข่ายดังกล่าว 39 คน เป็นบุคคลตามหมายจับ 1 ราย ทางการกัมพูชา ได้ส่งตัวคนไทยทั้ง 39 คน มาให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองรับตัวไว้เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป อย่างไรก็ตาม ทราบว่ายังมีคนไทยอีกจำนวนหนึ่ง ทำงานในลักษณะดังกล่าวอยู่ในประเทศกัมพูชา ซึ่งอยู่ระหว่างการขยายผล
ในส่วนของ สภ.สันทราย จว.เชียงใหม่ ภ.5 พล.ต.ท.ปิยะ กล่าวว่า ได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหา จำนวน 5 ราย ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่นและร่วมกันฟอกเงิน” ได้แก่ นางกุลยากรณ์ (สงวนนามสกุล) ทําหน้าที่รับจ้างเปิดบัญชีธนาคาร (ถูกจับกุมแล้ว), น.ส.จุฑาพร (สงวนนามสกุล) ทําหน้าที่ รับจ้างเปิดบัญชีธนาคาร (ถูกจับกุมแล้ว), นายพยัคฆพล (สงวนนามสกุล) ทําหน้าที่โอนเงินตามคําสั่ง และแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศผิด กฎหมาย ในพื้นที่ประเทศกัมพูชา, น.ส.สาวิตรี (สงวนนามสกุล) ทําหน้าที่รวบรวมสมุดบัญชีและซิมการ์ดโทรศัพท์ และ นายชัยยศ (สงวนนามสกุล) ทําหน้าที่รวบรวมสมุดบัญชีและซิมการ์ดโทรศัพท์
ด้านพล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวว่าถึงแม้จะมีการจับกุมกลุ่มผู้กระทำผิด แต่ก็ยังพบการกระทำผิดซ้ำ ในช่วงปีหน้าคาดว่าการก่ออาชญากรรมทางออนไลน์จะเป็นรูปแบบเดิม
ดังนั้นหากประชาชนพบผู้ที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ สามารถติดต่อได้ที่ สายด่วน PCT 1599 หรือสายตรง 081-8663000 เฉพาะเวลาราชการ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบให้

