สืบภาค 2 ร่วมปิดเกมจับคนร้ายชิงทรัพย์ร้านทองบ้านฉาง อ้างหาเงินไปบวช

1.01.22 | 11:49 น.

เมื่อวันที่ 1 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.ภ.2 ร่วมกับ พล.ต.ต.วรา เวชชาภินันท์ ผบก.ภ.จว.ระยอง และ พล.ต.ต.ธรรมจักร คงมงคล ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ นำกำลังจับกุม นายนพคุณ ภิรมอยู่ อายุ 34 ปี ชาว อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดระยอง ที่ 283/2564 ลงวันที่ 29 ธ.ค.2564 ได้ที่บ้านเลขที่ 376/2 หมู่ 1 ถนนประกอบบูรณะ ต.วิศิษฐ์ อ.เมือง จ.บึงกาฬ พร้อมของกลางเงินสดที่ได้มาจากการชิงทรัพย์ 4,800 บาท รถกระบะ ทะเบียน ผข 4683 ระยอง 1 คัน รถจักรยานยนต์ยามาฮ่า ทะเบียน คงจ 365 ระยอง โดยกล่าวหาว่า ชิงทรัพย์โดยมีอาวุธหรือใช้อาวุธโดยใช้ยานพาหนะเพื่อความสะดวกแก่การกระทำความผิด และพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม และมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองฯ


พล.ต.ต.ธีรเดชกล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 28 ธ.ค.ที่ผ่านมา มีคนร้ายเป็นชาย อายุประมาณ 30 ปีเศษ สวมแมสก์สีขาวปิดบังใบหน้า ใช้อาวุธปืนจี้ชิงทรัพย์ร้านทองแม่จรินทร์ 4 อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ได้ทรัพย์สินสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท 4 เส้น พร้อมด้วยเงินสด 15,000 บาท รวมมูลค่าประมาณ 130,000 บาท หลังก่อเหตุขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. สั่งการให้ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.ภ.2, พล.ต.ต.อิทธิพร โพธิ์ทอง รอง ผบช.ภ.2 สั่งการเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.ภ.2 ร่วมกับ กก.สส.ภ.จว.ระยอง และ สภ.บ้านฉาง ร่วมกันสืบสวนหาตัวคนร้ายตลอดจนพบหลักฐานแผ่นป้ายทะเบียนรถจักรยานยนต์ของคนร้ายจากกล้องวงจรปิดเป็นรถยามาฮ่า ทะเบียน คงจ 365 ระยอง ตรวจสอบเป็นรถของ น.ส.พรประจักร์ (สงวนนามสกุล) ภรรยาผู้ต้องหา ให้ข้อมูลว่าสามีนำรถไปใช้ในวันเกิดเหตุแล้วไปจอดไว้ที่หอพักที่ จ.ระยอง ก่อนจะขับรถกระบะของกลางหลบหนีต่อไป พนักงานสอบสวนจึงรวบรวมพยานหลักฐานขอออกหมายจับผู้ต้องหาต่อศาล จากนั้นร่วมกันออกสืบสวนติดตามหานายนพคุณตลอดมา กระทั่งสืบสวนจนทราบว่าผู้ต้องหาหลบหนีมาอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าวจึงเข้าตรวจสอบพบรถกระบะและผู้ต้องหาอยู่ที่บ้าน ตรวจค้นตัวพบเงินสดที่เหลือจากการชิงทรัพย์ 4,800 บาท จึงจับกุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านฉาง ดำเนินคดีตามกฎหมาย

พล.ต.ต.ธีรเดชกล่าวอีกว่า ชั้นจับกุมนายนพคุณรับสารภาพว่าเป็นคนร้ายที่ก่อเหตุชิงทรัพย์สร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท 4 เส้น โดยอาวุธปืนพกสั้นดัดแปลง ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก ซื้อมาจากออนไลน์ที่ใช้ในการก่อเหตุโดยโยนทิ้งไปข้างถนนระหว่างเส้นทางหลบหนี เนื่องจากรับแจ้งทางโทรศัพท์จากภรรยาว่ามีตำรวจมาตามหาตัว จึงกลัวว่าหากถูกตำรวจตรวจพบจะมีหลักฐานที่ตัว ส่วนเงินที่ชิงทรัพย์มา 15,000 บาท ใช้จ่ายไปในระหว่างหลบหนีเหลืออยู่ 4,800 บาท สำหรับมูลเหตุในการก่อเหตุครั้งนี้ผู้ต้องหาอ้างว่าเนื่องจากต้องการหาเงินไปใช้หนี้เพื่อนร่วมงาน และติดหนี้พนันไก่ชน ประกอบกับต้องการหาเงินไปใช้ในการจัดงานบวชตนที่บ้านจึงตัดสินใจก่อเหตุ

ผบก.สส.ภ.2 กล่าวว่า คดีนี้เป็นคดีอุกอาจ คนร้ายก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทองโดยมีอาวุธปืน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนหาตัวคนร้ายได้รวดเร็วจากกล้องวงจรปิดตามโครงการ สมาร์ทเซฟตี้โซน 4.0 เป็นนโยบายของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ และ พล.ต.ท.ธิติ จึงจัดกำลังตำรวจ บก.สส.ภ.2 จำนวนหลายชุดออกติดตามคนร้ายจนจับกุมได้ในครั้งนี้ อยากขอเตือนสติอย่าคิดหลงผิดกระทำผิดเพราะนอกจากจะหนีไม่รอดแล้วจะต้องติดคุก และไม่ได้ใช้เงินอย่างที่คิด

Advertisement