เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 1 มกราคม ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (บช.ภ.1) พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะรอง ผอ.ศพดส.ตร., พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ศุภเศรษฐ์ โชคชัย รอง ผบช.ทท. พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า ผบก.จว.พระนครศรีอยุธยา, พ.ต.อ.ชัยยะ เพ็ชรปัญญา รอง ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา พร้อมชุดปฏิบัติการ ศพดส.ตร. NGO และ ตร.บช.ภ.1 ร่วมแถลงข่าวจับกุมพ่อเลี้ยงข่มขืนกระทำชำเราลูกเลี้ยงอายุ 11 ปี และแม่แท้ๆ ช่วยเหลือพาหลบหนี โดยจับกุมได้ที่จุดชมวิวภูทับเบิก หมู่ 14 ต.วังบาล อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ เมื่อวันที่ 31 ธันวาคมที่ผ่านมา

พ.ต.อ.ชัยยะกล่าวว่า คดีนี้เหตุเกิดเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม นายคนึง (สงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี พ่อเลี้ยง มารับ ด.ญ.บี นามสมมุติ อายุ 11 ปี ที่บ้านนายเอ (นามสมมุติ) อายุ 50 ปี พ่อแท้ๆ ของ ด.ญ.บี โดยอ้างว่าจะพาไปซื้อขนม โดยปกติพ่อเลี้ยงและ น.ส.ซี (นามสมมุติ) อายุ 43 ปี มารดา จะมารับ ด.ญ.บี เป็นประจำ วันดังกล่าวพ่อเลี้ยงพามาส่งในเวลา 16.00 น. แต่เด็กมีอาการผิดปกติ ทางญาติจึงติดต่อให้แม่มาดูแลลูก ก่อนวันที่ 27 ธันวาคม มารับลูกไปอ้างว่าจะพาไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล แต่ไม่สามารถติดต่อได้ ต่อมาพ่อแท้ๆ ของเด็กเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา ให้ดำเนินคดีกับนายคนึง และอดีตภรรยา พ.ต.ท.นิติธร ยศโชตวณิช รอง ผกก.สส.สภ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมกำลังออกสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานส่งพนักงานสอบสวน ขอให้ศาลออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งสองโดยนายคนึง ความผิดฐาน “พรากเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีไปเพื่อการอนาจารแม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม ซึ่งเป็นการกระทำต่อเด็กอายุไม่เกินสิบสามปี” ส่วนมารดา ความผิดฐาน “พรากเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีไปจากผู้ปกครองหรือผู้ดูแลโดยปราศจากเหตุอันสมควรช่วยเหลือผู้อื่นมิให้ต้องรับโทษหรือรับโทษน้อยลง ทำให้เสียหายทำลายซ่อนเร้นทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ซึ่งพยานหลักฐานในการกระทำความผิดช่วยเหลือผู้อื่นซึ่งกระทำความผิดหรือเป็นผู้ต้องหาว่ากระทำความผิดอันมิใช่ความผิดลหุโทษเพื่อไม่ให้ต้องโทษโดยซ่อนเร้นหรือโดยช่วยผู้นั้นด้วยประการใดเพื่อมิให้ถูกจับกุม” ก่อนไปจับกุมตัวได้ที่จุดชมวิวภูทับเบิก
พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าวว่า เบื้องต้นจากการชันสูตรบาดแผลเด็กที่ตกเป็นเหยื่อพบร่องรอยการถูกกระทำชำเราจริง โดยเด็กถูกส่งไปอยู่ในความดูแลของสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.พระนครศรีอยุธยา สอบสวนนายคนึง ให้การภาคเสธ โดยยอมรับว่าพาตัวเด็กไปจริง แต่ไม่ได้ข่มขืน ซึ่งตำรวจยืนยันว่าไม่เป็นปัญหา เนื่องจากมั่นใจในพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ จะเอาผิดผู้ต้องหาและแม่ของเด็กได้ ตรวจสอบประวัตินายคนึง เคยถูกจับกุมคดีลักทรัพย์ เพิ่งพ้นโทษมาปีเศษ
ด้าน น.ส.ซี แม่ของเด็กให้การรับสารภาพว่า ที่พาลูกหนีเพราะถูกข่มขู่จะทำร้ายร่างกาย ขณะที่สหวิชาชีพ เปิดเผยว่า สภาพจิตใจของแม่เด็ก ยังอยู่ในอาการตกใจ หวาดกลัว ส่วนเด็กหญิง มีสภาพจิตใจดีขึ้น ยังอยู่ในความดูแลของ พม. ซึ่งเด็กพร้อมให้ญาติไปเยี่ยมได้ ส่วนการคืนเด็กกลับครอบครัว ต้องมีการประเมินร่างกาย จิตใจ จากคณะกรรมการของจังหวัด มีผู้ว่าราชการเป็นประธาน ทั้งนี้ ต้องใช้เวลา 6 เดือน ถึง 1 ปี ขึ้นอยู่กับสภาพจิตใจของเด็กด้วย ส่วนแม่หลังจากรับโทษแล้ว คาดว่าจะไม่สามารถเข้ามาดูแลเด็กได้อีก

