เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม นายกฤษฎา ศิริพิบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักการคลัง กรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยในที่ประชุมหัวหน้าหน่วยงานในสังกัด กทม. ว่า ตามที่ได้ประมาณการรายรับ กทม.ประจำปีงบประมาณ ปี 2559 ไว้ที่ 70,000 ล้านบาท ปรากฏว่าสามารถจัดเก็บได้จริง 71,775.78 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการที่คาดไว้ แบ่งเป็นรายได้ที่ กทม.จัดเก็บเอง 17,232.29 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 24.01 และเป็นรายได้ที่ส่วนราชการอื่นเก็บ 54,543.49 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 75.99 สำหรับปีงบประมาณ 2560 กทม.ประมาณการรายรับ 76,000 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้ที่ กทม.จัดเก็บเอง 20,000 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 26.32 และเป็นรายได้ที่ส่วนราชการอื่นเก็บ 56,000 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 73.68 ดังนั้น ทุกหน่วยงานในสังกัด กทม.ต้องเร่งรัดการจัดเก็บภาษี ได้แก่ ภาษีโรงเรือนและที่ดิน ภาษีบำรุงท้องที่ และภาษีป้าย ทั้งรายเก่าและรายใหม่ให้ถูกต้องครบถ้วน ดำเนินการตรวจสอบและติดตามการจัดเก็บภาษีบำรุง กทม.สำหรับน้ำมันเชื้อเพลิง และเร่งรัดและจัดเก็บค่าธรรมเนียม ค่าใบอนุญาต ค่าบริการ และค่าปรับ เช่น ค่าธรรมเนียมเก็บขนมูลฝอย ค่าปรับผู้ละเมิดกฎหมาย ฯลฯ
นายกฤษฎากล่าวอีกว่า กระทรวงมหาดไทยอยู่ระหว่างดำเนินการแก้ไขกฎกระทรวงเกี่ยวกับอัตราภาษีป้าย เพื่อให้สามารถจัดเก็บภาษีป้ายได้เพิ่มขึ้น ซึ่งจะรวมถึงป้ายที่ใช้เครื่องจักรกล เช่น ป้ายจออิเล็กทรอนิกส์ และ กทม.อยู่ระหว่างการแก้ไขพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อให้สามารถจัดเก็บรายได้จากภาษียาสูบและค่าธรรมเนียมผู้เข้าพักในโรงแรม รวมทั้งปรับอัตราการจัดเก็บภาษีบำรุง กทม.สำหรับน้ำมัน จากลิตรละ 5 สตางค์ เป็นลิตรละ 10 สตางค์

