อัพเดต 3 ช้างป่าบาดเจ็บ กรมอุทยานฯจัดทีมสัตวแพทย์ชุดใหญ่ ลงพื้นที่ช่วยเหลือ
วันที่ 4 มกราคม นายสัตวแพทย์(น.สพ.)ภัทรพล มณีอ่อน หรือหมอล็อต หัวหน้าฝ่ายสวัสดิภาพสัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุืพืช โพสต์เฟชบุ๊ก รายงานอาการช้างป่าบาดเจ็บที่ทางสัตวแพทย์สัตว์ป่าดูแล และติดตามอาการอยู่ในเวลานี้ดังนี้
อัพเดตช้างป่าบาดเจ็บ
1.พลายงาอ้วนเล็ก อาการดีขึ้น เดินหากินได้ดีขึ้น ไม่ไปไหนไกล อาจเพราะมีช้างตัวอื่นวนอยู่แถวนั้น แผลไม่มีกลิ่นเหม็นแล้ว ยังมีหนอนแมลงวันตอมอยู่บางส่วน แผลบางจุดแห้งบางจุดยังมีหนองไหล เอาแผลแช่น้ำน้อยมาก แสดงว่าเจ็บปวดน้อยลง และแผลไม่เปื่อยยุ่ย แต่ยังต้องเตรียมตัวให้ยารักษาต่อเนื่องและให้วัคซีนบาดทะยัก

พลายงาอ้วนเล็ก
2.พลายเบี่ยงเล็ก หางขาดตั้งแต่เริ่ม เดินหากินไกล คงพยายามหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับตัวอื่น ออกหากินนอกพื้นที่อุทยานฯ พฤติกรรมหวาดระแวง จากการติดตามโดยเจ้าหน้าที่พบหนองติดปนมากับอุจจาระ บาดแผลมีการติดเชื้อ การให้ยาปฏิชีวนะเพื่อควบคุมการติดเชื้อเข้าไขสันหลัง เป็นสิ่งที่น่ากังวล (ข้างนอกสุกใส ข้างในตะติ๋งโหน่ง)รวมถึงวัคซีนบาดทะยัก ที่ต้องจำเป็น

พลายเบี่ยงเล็ก
3.พลายดื้อ พี่ใหญ่ในตำนาน มีบาดแผลเป็นวงกว้างที่ด้านในของต้นขาหลังซ้าย เดินกระแผลก งอขาไม่ได้ เดินวนเวียนแถวลานกางเต็นท์ พฤติกรรมหลายๆอย่าง น่าสนใจว่าบาดเจ็บได้อย่างไร การได้รับวัคซีนบาดทะยัก เป็นสิ่งจำเป็นพอๆกันกับยาลดการอักเสบกระดูกและกล้ามเนื้อ

พลายดื้อ
ทั้งสามตัว ต้องได้รับการวินิจฉัยช่วยเหลือที่เหมาะสม (เน้นว่าเหมาะสม)ไม่ว่าเป็นการรักษาระยะใกล้ และระยะไกล เพื่อให้พ้นวิกฤติ หากทั้งสามอยู่รอด การจดจำที่จะลดการเผชิญหน้าก็จะเกิดขึ้น โอกาสบาดเจ็บก็จะลดน้อยลง ทางใครทางมัน
ช้างเป็นสัตว์ที่มีความสำคัญต่อการอนุรักษ์ ผูกพันความเชื่อทางศาสนา และความรู้สึกของสังคมไทย เวลาที่ช้างป่าบาดเจ็บ เมื่อวินิจฉัยและทำการรักษา นอกจากจะเป็นการรักษาช้างป่าแล้ว ยังเป็นการรักษาความรู้สึกของสังคมด้วยเช่นกัน
อาทิตย์หน้า กรมอุทยานฯจะจัดทีมชุดใหญ่ เข้าติดตามและช่วยเหลือช้างป่าทั้งสาม
ร่วมเป็นกำลังใจให้ช้างป่าทั้งสามตัวและทีมงานทุกคนด้วยนะครับ

