‘บิ๊กโจ๊ก’ ประสานกัมพูชาช่วยคนไทยกลับ ปท.รับปีใหม่ เผยช่วยกลับมาแล้วกว่า 500 ราย

4.01.22 | 17:29 น.

เมื่อวันที่ 4 มกราคม พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. ฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว ป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ และภาคประมง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศพดส.ตร.) พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบช.ภ.1 ประสานงานกับสถานทูตไทย ประจำประเทศกัมพูชา และผู้ช่วยทูตตำรวจไทย ประจำประเทศกัมพูชา หลังจากได้รับคำสั่งการจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ให้ประสานงานไปยังสถานทูตไทยประจำประเทศกัมพูชา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้การช่วยเหลือกลุ่มคนไทยในกรุงพนมเปญและปอยเปต 77 คน โดยส่วนใหญ่เป็นหญิงสาวอายุระหว่าง 18 ถึง 25 ปี ที่ร้องขอความช่วยเหลือมาที่ ศพดส.ตร. โดยกลุ่มผู้เสียหายให้การว่าเดินเท้าผ่านป่าตามแนวตะเข็บชายแดน ข้ามไปยังฝั่งประเทศกัมพูชา หลังจากนั้นจะมีรถมารับไปกักตัวที่โรงแรมแห่งหนึ่งไม่ทราบชื่อ ต่อมามีการส่งตัวให้กับกลุ่มนายทุนชาวจีน บังคับให้ทำงานผิดกฎหมาย หากทำไม่ได้จะมีการซ้อม ทรมาน กักขัง และให้อดอาหาร หลังจากทราบว่าไม่เป็นไปตามที่ตกลงกัน จึงรวมตัวกันแจ้งกับนายจ้างขอเดินทางกลับ แต่ได้ถูกนายจ้างปฏิเสธ มีการเรียกร้องเอาทรัพย์สิน กักขัง ให้อดอาหาร และทำร้ายร่างกาย และขู่ว่าจะเอาไปขายต่อให้นายจ้างเจ้าอื่น พวกตนจึงติดต่อญาติ เพื่อขอความช่วยเหลือจากทางการไทย จนกระทั่งเจ้าหน้าที่กัมพูชาร่วมกับเจ้าหน้าที่สถานทูตไทย และผู้ช่วยทูตตำรวจไทยประจำประเทศกัมพูชา ช่วยเหลือคนไทยออกมาได้อย่างปลอดภัย


พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าวว่า นับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 ถึงปัจจุบัน ศพดส.ตร. ช่วยเหลือคนไทยกลับมา 7 ครั้ง จำนวน 502 คน คัดแยกแล้วเป็นเหยื่อ 216 คน และอยู่ระหว่างดำเนินคดีกับผู้ร่วมขบวนการจำนวนหลายราย โดยมีการเรียกประชุมหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามความก้าวหน้าผลการดำเนินคดี และกำหนดแนวทางในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ในพื้นที่ จากการประชุมพบว่าหลายคดีมีความคืบหน้าไปมาก คนไทยที่เดินทางกลับมาให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง และมีการสั่งการในที่ประชุมให้มีการขยายผลเพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกรายอย่างเฉียบขาด

รายงานแจ้งว่า ทางกัมพูชาจับกุมนายทุนชาวจีนไว้อย่างน้อยสองกลุ่มอยู่ระหว่างการดำเนินคดี ซึ่งทำให้กลุ่มที่ทำงานผิดกฎหมายหลอกลวงคนไทยถึงกับระส่ำกับการปราบปรามอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ เรียกประชุมทีมพนักงานสอบสวนเพื่อเร่งรัดการสืบสวนสอบสวน โดยกำชับให้ทำงานอย่างรัดกุมรอบคอบ ซึ่งคาดว่าในสัปดาห์หน้าจะสามารถออกหมายจับเอเยนต์และผู้มีส่วนร่วมในขบวนการที่เป็นทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติในฝั่งไทยและกัมพูชารวมกว่า 10 คน

ขณะที่ พล.อ.วันวีระ สม ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กัมพูชา กล่าวว่า ยังมีคนไทยที่ถูกหลอกกระจายตัวอยู่ในหลายพื้นที่ของกัมพูชา ซึ่งกำลังหาทางช่วยเหลือโดยได้รับการประสานข้อมูลจากตำรวจไทย ซึ่งถือว่าเป็นการทำงานอย่างรวดเร็วและจะพยายามช่วยเหลือคนไทยให้ได้มากที่สุด

Advertisement