‘ศบค.’ เปิดยอดติดเชื้อโอมิครอน 2,338 ราย ลามแล้ว 55 จังหวัด กว่า 50% เป็นต่างชาติเข้าไทย

5.01.22 | 14:27 น.

‘ศบค.’ เปิดยอดติดเชื้อโอมิครอน 2,338 ราย ลามแล้ว 55 จังหวัด กว่า 50% เป็นต่างชาติเข้าไทย

เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2565 ที่ทำเนียบรัฐบาล แพทย์หญิงสุมนี วัชรสินธุ์ ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า สถานการณ์การระบาดโควิด-19 ประจำวันที่ 5 มกราคม 2565 พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น จำนวน 3,899 ราย โดยแบ่งเป็นการติดเชื้อในประเทศ 3,662 ราย แบ่งเป็นจากระบบเฝ้าระวังและบริการสุขภาพ 3,648 ราย จากการตรวจคัดกรองเชิงรุกในชุมชน 14 ราย จากเรือนจำหรือที่ต้องขัง 68 ราย และเป็นผู้ติดเชื้อจากต่างประเทศอีก 169 ราย รวมยอดผู้ป่วยสะสมตั้งแต่ปี 2563 รวม 2,239,475 ราย ส่วนผู้หายป่วย อยู่ที่ 2,508 ราย รวมยอดรักษาหาย 2,182,829 ราย และมีผู้ยังเข้ารับการรักษาอยู่ จำนวน 34,877 ราย แบ่งเป็นการรักษาอยู่ในโรงพยาบาล จำนวน 18,149 ราย ในโรงพยาบาสนามและอื่นๆ จำนวน 16,728 ราย โดยมีผู้ป่วยอาการหนัก จำนวน 514 ราย ซึ่งในจำนวนนี้มีผู้ป่วยหนักที่ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจกว่า 149 ราย ส่วนผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 19 ราย ค่ากลางของอายุอยู่ประมาณ 69 ปี พบผู้เสียชีวิตอายุน้อยที่สุด 17 ปี อายุมากที่สุด 88 ปี ซึ่งกลุ่มผู้เสียชีวิตยังคงเป็นกลุ่มเสี่ยง คือ เป็นผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป จำนวน 14 ราย คิดเป็น 74% โดยพบว่าคนกลุ่มนี้ยังไม่ได้รับวัคซีน หรือได้รับวัคซีนไม่ครบโดส


“จากสถานการณ์การติดเชื้อโควิดในประเทศ แบ่งเป็นตามสายพันธุ์ พบว่า ในช่วงวันที่ 1 พฤศจิกายน 2564-4 มกราคม 2565 มีการระบาดสายพันธุ์เดลต้า 78.91% และสายพันธุ์โอมิครอน เพิ่มขึ้นเป็น 20.92% คิดเป็นจำนวนผู้ป่วยติดเชื้อโอมิครอน จำนวน 2,338 ราย ซึ่งขณะนี้สายพันธุ์โอมิครอน ได้กระจายตัวไปแล้วกว่า 55 จังหวัด โดยพบจังหวัดที่มีการติดเชื้อและระบาดโอมิครอน ได้แก่ กรุงเทพมหานคร กาฬสินธุ์ ชลบุรี ร้อยเอ็ด ภูเก็ต และสมุทรปราการ โดยในจำนวนการพบผู้ติดเชื้อโอมิครอนทั้งหมด กว่า 50% เป็นผู้ที่ติดเชื้อและเดินทางมาจากต่างประเทศ และอีก 50% เป็นการติดเชื้อจากผู้ที่มาจากต่างประเทศ ในลักษณะเป็นการรับเชื้อวงที่ 2 ซึ่งตอนนี้ก็อยู่ในระบบการรักษาอย่างเหมาะสมแล้ว” แพทย์หญิงสุมนีกล่าว

แพทย์หญิงสุมนีกล่าวว่า สถานการณ์การระบาดโควิด-19 ทั่วโลก จากจำนวน 220 ประเทศ 2 เขตบริหารพิเศษ 2 เรือสำราญ พบยอดผู้ติดเชื้อรวม 295,550,360 ราย ในจำนวนดังกล่าวมีอาการรุนแรง 91,745 ราย สามารถรักษาหายแล้ว 256,083,119 ราย และเสียชีวิต 5,473,511 ราย โดย 5 อันดับประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ 1.สหรัฐอเมริกา จำนวน 58,040,720 ราย 2.อินเดีย จำนวน 35,011,990 ราย 3.บราซิล จำนวน 22,323,837 ราย 4.สหราชอาณาจักร จำนวน 13,641,520 ราย และ 5.ฝรั่งเศส จำนวน 10,589,505 ราย ส่วนประเทศไทย อยู่ในอันดับที่ 25 จำนวน 2,239,475 ราย จากรายงานทั่วโลก พบว่า จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ ยังเป็นไปตามการคาดการณ์ คือ มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่อัตราการเสียชีวิต อยู่ที่ 1.85% ซึ่งถือว่ายังไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนัก

แพทย์หญิงสุมนีกล่าวว่า กลุ่มที่มีความเสี่ยงหากเกิดติดเชื้อโควิด ไม่ว่าจะเป็นสายพันธุ์ใดก็ตาม ยังคงเป็นผู้ที่ไม่มีภูมิคุ้มกันหรือไม่เคยได้รับวัคซีนแม้แต่เข็มแรก และเข็มที่ 2 ฉีดได้ในสัดส่วนน้อย รวมถึงกลุ่ม 608 หรือกลุ่มผู้สูงอายุเกิน 60 ปีขึ้นไป มีโรคประจำตัว และหญิงตั้งครรภ์ ทำให้จังหวัดที่ฉีดวัคซีนครอบคลุมคนกลุ่มนี้น้อย มี 10 จังหวัด ได้แก่ ปัตตานี นราธิวาส แม่ฮ่องสอน ยะลา นครนายก ขอนแก่น ตาก ลพบุรี สุพรรณบุรี และกาญจนบุรี ซึ่งจะมีความเสี่ยง และต้องเตรียมการรองรับการดูแลรักษาให้พร้อม ทั้งในโรงพยาบาล ที่สำคัญคือ ต้องเตรียมทำการรักษาแบบแยกกักตัวที่บ้าน และแยกกักตัวในชุมชนให้พร้อมที่สุด เพราะอาการของผู้ป่วยในวัยทำงานและได้รับวัคซีนแล้ว จะไม่รุนแรงมากนัก แต่ต้องแยกกักตัว เพื่อไม่ให้มีการแพร่กระจายเชื้อไปให้ผู้อื่น โดยจากที่ประชุมได้หารือถึงการรองรับด้านสาธารณสุข กรณีที่มีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก แต่มีอาการน้อย และอาการไม่รุนแรง ซึ่งจะจัดทำแนวทางการดูแลที่บ้าน และมีระบบการติดตามอาการต่อเนื่อง เพื่อเฝ้าระวังว่าหากมีอาการหนักจะสามารถส่งตัวต่อเข้ารับการรักษาได้ทันที

Advertisement