เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยความคืบหน้ากองบังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(บก.สส.สตม.)สนธิกำลังร่วมกับทหาร และกรมสอบสวนคดีพิเศษ จับกุมผู้ควบคุมสัญชาติกัมพูชาพร้อมต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา เมียนมา พร้อมผู้ติดตามเป็นเด็กเยาวชนในครอบครัว ในพื้นที่ อ.สำโรงเหนือ จ.สมุทรปราการ ว่าวันเดียว ที่ สภ.สำโรงเหนือ เรียกประชุมฝ่ายสืบสวน และฝ่ายสอบสวน เพื่อดำเนินการเพิ่มเติมและขยายผลการจับกุมบุคคลต่างด้าว ตามแนวทางที่ พล.ต.ต.ธรรมนูญ ไตรทิพยพงศ์ ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ กำหนดและสั่งการเพิ่มเติม โดยดำเนินการการสืบสวนสอบสวน ขยายผลไปสู่การจับกุมผู้ให้ที่พักพิงบุคคลต่างด้าวจำนวน 29 ราย แต่ละอาคาร ทั้ง 4 คูหา รวมถึงตั้งประเด็นการขยายผลไปสู่ผู้อยู่เบื้องหลัง การให้ที่พักพิงบุคคลต่างด้าว รวมตลอดถึงผู้เกี่ยวข้องในคดีนี้ทั้งหมด ตามแนวทางที่ ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ สั่งการ พร้อมประสาน ตม.สมุทรปราการ นำตัวบุคคลต่างด้าวที่อยู่ระหว่างการผลักดันกลับประเทศภูมิลำเนา นำมาเป็นพยานชี้และยืนยันการเข้าพักอาศัย ณ อาคารดังกล่าว ตลอดจนพฤติการณ์ในการเช่า และการจ่ายเงิน เพื่อนำตัวผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาดำเนินคดี และรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับ นายประวิทย์ ผดุงผล ซึ่ง ตม.สมุทรปราการ ทำการเปรียบเทียบปรับ ในข้อหา ให้ที่พักพิงแก่บุคคลต่างด้าว ซึ่งขณะนี้นายประวิทย์ ได้หลบหนีไปจังหวัดสมุทรสงคราม พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างขอหมายจับจากศาล ขณะนี้ สภ.สำโรงเหนือ จัดฝ่ายสืบสวน ออกติดตามตัวแล้ว
พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวอีกว่า หากจับกุมนายประวิทย์ จะทำการสืบสวนขยายผลถึงผู้เกี่ยวข้องและอยู่เบื้องหลัง ในการให้ที่พักพิงทั้งหมด ซึ่งจะต้องตรวจสอบพยานหลักฐานที่ตรวจยึดได้จากที่เกิดเหตุ สมุดบัญชี ใบเสร็จ และเอกสารอื่นๆ โดยละเอียด เพื่อเชื่อมโยงหลักฐานไปสู่ผู้เกี่ยวข้องในคดีนี้ทั้งหมด พร้อม ประสานพนักงานอัยการ จว.สมุทรปราการ เตรียมการนัดสืบพยานล่วงหน้า เนื่องจากพยานเป็นบุคคลต่างด้าว รอผลักดันกลับประเทศภูมิลำเนา

