บช.น.สั่งหาผู้บกพร่องออกใบอนุญาตให้ รปภ.ย่ำยีลูกบ้าน

6.01.22 | 14:28 น.

เมื่อวันที่ 6 มกราคม พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบช.น.ฐานะรองโฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า กรณีนายมนตรี ใหญ่กระโทก อายุ 41 ปี หัวหน้า รปภ. ก่อเหตุข่มขืนลูกบ้าน อายุ 36 ปี ภายในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ย่านบางแค หลังผู้เสียหายขอให้มาช่วยเปิดห้อง ก่อนฉวยโอกาสจับใส่กุญแจมือ ทำร้ายร่างกาย และข่มขืนผู้เสียหาย เหตุเกิดเมื่อกลางดึกวันที่ 3 ม.ค. พื้นที่รับผิดชอบของ สน.เพชรเกษม ทำให้สังคมตั้งคำถามถึงนิติบุคคลคอนโดและบริษัท รปภ.ที่รับเข้าทำงานมีการตรวจสอบประวัติหรือไม่ หลังพบว่าเคยก่อคดีลักษณะเดียวกันกับเยาวชนที่จังหวัดสระแก้ว เมื่อปี 2556 ว่าสั่งการให้ฝ่ายอำนวยการ 5 กองบังคับการอำนวยการ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ฝอ.5 บก.อก.บช.น.) ตรวจสอบกรณีการออกใบอนุญาต ประกอบอาชีพพนักงานรักษาความปลอดภัยแก่นายมนตรี แล้วทั้งนี้เนื่องจากเป็นหน่วยที่มีหน้าที่รับเรื่องตรวจสอบและอนุญาตให้ใบประกอบอาชีพว่ามีการบกพร่องในส่วนใดอย่างไรหรือไม่

พล.ต.ต.นิธิธรกล่าวอีกว่า ปกติขั้นตอนการขอใบอนุญาต ผู้ที่มีความประสงค์จะประกอบอาชีพพนักงานรักษาความปลอดภัย จะต้องมีเอกสารผ่านการอบรมการรักษาความปลอดภัย โดยมายื่นคำร้องด้วยตนเอง หรือยื่นในนามบริษัทรักษาความปลอดภัย เพื่อขอใบอนุญาตที่ ฝอ.5 บก.อก.บช.น. จากนั้นก็จะส่งข้อมูลให้กองทะเบียนประวัติอาชญากรตรวจสอบประวัติว่าเคยต้องคดีที่ต้องห้ามหรือไม่ จากนั้นก็จะส่งผลการตรวจสอบมายัง ฝอ.5 บก.อก.บช.น. พิจารณาให้ใบอนุญาต เป็นไปตาม พ.ร.บ.ธุรกิจรักษาความปลอดภัย ซึ่งนายมนตรี เคยต้องโทษคดีข่มขืนกระทำชำเรา เป็นความผิดทางเพศ ซึ่งคุณสมบัติต้องห้ามสำหรับผู้ที่จะมาขออนุญาตทำใบประกอบอาชีพพนักงานรักษาความปลอดภัย ทาง บช.น.จึงสั่งให้ตรวจสอบว่ามาจากความบกพร่องในส่วนใด ทำไมถึงให้ใบอนุญาตกับนายมนตรีไปประกอบอาชีพได้ทั้งที่มีคุณสมบัติต้องห้าม ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลัง