เมื่อเวลา 22.10 น. วันที่ 6 ตุลาคม ร.ต.อ.ศุภชัย สุขแก้ว รองสารวัตรสอบสวน สภ.บ้านนาเดิม จ.สุราษฎร์ธานี รับแจ้งเหตุรถไฟชนกระบะที่บริเวณใกล้จุดตัดรถไฟบ้านคลองยา ต.บ้านนาใต้ อ.บ้านนาเดิม มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต จึงเข้าไปตรวจสอบพร้อมนายธนวรรษ รอดจิตต์ นายอำเภอบ้านนาเดิม และเจ้าหน้าที่กู้ภัยกุศลศรัทธาสุราษฎร์ธานี ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุห่างจุดตัดรถไฟบ้านคลองยาประมาณ 1 กิโลเมตร พบหัวรถจักรรถไฟขบวนรถเร็วที่ 172 สุไหงโก-ลก-กรุงเทพฯ สภาพชนอัดก๊อบปี้รถกระบะอีซูซุ ดีแมคซ์ ตอนเดียว สีบรอนซ์ ทะเบียน บห 631 สุราษฎร์ธานี จนรถกระบะขาด 2 ท่อนพังเสียหาย มีผู้เสียชีวิตติดอยู่ในซากรถ 1 ราย ชื่อนายวินัย เพชรอาวุธ อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 43/1 หมู่ 1 ต.ท่าเรือ อ.บ้านนาเดิม
สอบสวนทราบว่ารถไฟขบวนรถเร็วที่ 172 ออกจากต้นทางสถานีสุไหงโก-ลก เมื่อเวลา 11.30 น.จะไปกรุงเทพฯ แล่นถึงที่จุดตัดรถไฟบ้านคลองยาเมื่อเวลา 21.54 น. ได้มีรถกระบะคันดังกล่าวที่มีนายวินัยผู้เสียชีวิตเป็นคนขับข้ามจุดตัดทางรถไฟ ซึ่งเป็นจุดตัดขนาดเล็ก ไม่มีเครื่องกั้น มีเพียงป้ายและสัญญาณไฟเตือนโดยไม่ทันระวังทำให้ถูกชนอัดก๊อบปี้ลากยาวประมาณ 1 กิโลเมตร และเป็นเหตุให้ล้อหัวรถจักรรถไฟคู่หน้าตกรางด้วย
นายธนวรรษกล่าวว่า การรถไฟฯได้นำหัวรถจักรจากสถานีสุราษฎร์ธานีมาลากซากรถกระบะออกจากที่เกิดเหตุ และใช้หัวรถจักรดีเซลจากสถานีรถไฟบ้านนาสารลากตู้โดยสารจำนวน 15 โบกี้ที่มีผู้โดยสาร 620 คนกลับไปยังสถานีบ้านนาเดิม และให้รถยกจากสถานีรถไฟชุมทางทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช มายกหัวรถจักรคันเกิดเหตุที่ล้อหน้าตกราง โดยใช้เวลาเกือบ 4 ชั่วโมง จึงสามารถเปิดเส้นทางได้เมื่อเวลาประมาณ 02.00 น.

