บิ๊กโจ๊ก ตั้ง 4 ชุดปฏิบัติตรวจสอบทำประมงในพื้นที่ เฝ้าจับตาเรือประมงกว่า 600 ลำ ปิดระบบติดตาม “วีเอ็มเอส”ลักลอบทำประมง

7.01.22 | 15:00 น.

บิ๊กโจ๊ก ตั้ง 4 ชุดปฏิบัติตรวจสอบทำประมงในพื้นที่ เฝ้าจับตาเรือประมงกว่า 600 ลำ ปิดระบบติดตาม วีเอ็มเอส ลักลอบทำประมง เสี่ยงถูกแขวนธงเหลือง


เมื่อวันที่ 7 มกราคม ที่ห้องประชุมอานนท์ กรมประมง พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. รองผู้อำนวยการ (ศพดส.ตร.) เรียกประชุมชุดปฏิบัติการ เพื่อชี้แจงกฎหมายเกี่ยวกับการประมงและการแก้ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (IUU) เพื่อให้เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการด้านการประมง และเจ้าหน้าที่สืบสวน ศพดส.ตร. มีความรู้ความเข้าใจถึงตัวบทกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงความเป็นมาของปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (IUU) ซึ่งเป็นปัญหาที่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องแก้ไขปัญหา เพื่อยกระดับการต่อต้านการค้ามนุษย์ของประเทศไทย ตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ถูกออกแบบให้สอดคล้องกับพันธกรณีระหว่างประเทศ ประเทศไทยในฐานะส่วนหนึ่งของประชาคมโลก

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ปัจจุบันพบว่ามีเรือประมงมากกว่า 600 ลำ แจ้งขอปิดสัญญาณติดตามการทำประมงหรือระบบวีเอ็มเอส เพื่อซ่อม หรือ ไม่มีความพร้อมมนการทำประมง แต่กลับพบว่ามีการลักลอบทำประมง ซึ่งผิดกฎหมายและยังผิดเงื่อนไขการทำประมง(IUU) มีค่าปรับเรือขนาด 20 ถึง 60 ตันกรอสลำละ 200,000 บาทและมากกว่า 60 ตันกรอสถึง 120 ตันกอสลำละ 1,000,000 บาท

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า จะส่งทีมตำรวจลงไปบังคับคดีที่นายทุนเจ้าของเรือประมงสองรายแจ้งความเสียหายขอความช่วยเหลือเงินเยียวยาสึนามิเป็นเท็จ ซึ่งศาลฎีกามีคำพิพากษาให้ทั้งสองนายทุนต้องคืนเงินแก่รัฐเป็นเงินกว่า 10 ล้านบาท เมื่อปี 2562 แต่ปัจจุบัน กรมประมง กรมบัญชีกลาง และกรมบังคับคดี ยังไม่สามารถติดตามทวงถามคืนให้แก่รัฐได้ ทั้งนี้ หากตรวจพบว่ามีเรือลำใดที่ตรงกับเงื่อนไขยังคงทำการประมงจะทำการยึดทรัพย์ บังคับคดี เพื่อทวงสมบัติคืนแผ่นดิน

Advertisement

ผู้ช่วย ผบ.ตร. กล่าวยืนยันว่าการทำงานครั้งนี้เป็นการยกระดับประสิทธิภาพการทำงานด้านการตรวจติดตาม ควบคุม เฝ้าระวัง เพื่อให้ประเทศไทยเป็นผู้นำการต่อต้านประมง IUU ในภูมิภาค และปลอดการทำประมง IUU ทั้งระบบ โดยจากนี้ไปจะแบ่งการทำงานเป็น 4 ชุดปฏิบัติการ ประกอบด้วย1.ชุดปฏิบัติการด้านการตรวจสอบเพิ่มประสิทธิภาพด่านตรวจประมง 2.ชุดปฏิบัติการด้านการตรวจสอบและเพิ่มประสิทธิภาพศูนย์แจ้งเข้าออกเรือประมง 3.ชุดปฏิบัติการด้านการตรวจสอบและเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจกลางทะเล และ 4.ชุดปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็ว เพื่อออกตรวจสอบการทำประมงในทุกพื้นที่ทั้งภาคตะวันออกภาคกลางและภาคใต้ พร้อมย้ำว่า “ให้ทุกชุดปฏิบัติการทำงานให้เต็มกำลังความสามารถ บนพื้นฐานของการอำนวยความยุติธรรม นั้นคือ ว่ากันตามพยานหลักฐาน ตรงไปตรงมา ไม่มี Double Standard ยึดกฎหมายอย่างเคร่งครัด และไม่มีละเว้นให้กับเจ้าหน้าที่ เพราะถ้าเราละเว้นให้กับเจ้าหน้าที่ พี่น้องชาวประมงก็จะมีความรู้สึกว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรม ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ต้องการเห็นและเชื่อมั่นเสมอว่า การทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ไม่เลือกปฏิบัติ จะทำให้เกิดความเชื่อมั่นและศรัทธาในการทำงานของชาวประมงที่มีต่อภาครัฐ ถ้าสามารถทำได้เช่นนี้จะแยกน้ำเสียออกจากน้ำดีได้ ผู้กระทำผิดก็ต้องถูกบังคับใช้กฎหมาย ส่วนผู้ที่ปฏิบัติดีภาครัฐก็ต้องดูแลสนับสนุน อำนวยความสะดวกในการทำประมงให้เต็มที่เช่นเดียวกัน