สปสช. ม.มหิดล ธพส.เปิดตรวจโควิดด้วย ATK ที่ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ 11-21 ม.ค.นี้
สปสช.จับมือคณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล และ ธพส.จัดตรวจโควิด-19 เชิงรุกที่ศูนย์ราชการฯ ถ.แจ้งวัฒนะ กทม. เพื่อสนับสนุนกรุงเทพมหานครและอำนวยความสะดวกให้ประชาชน ใช้ชุดตรวจ ATK รู้ผลใน 30 นาที ตั้งเป้าตรวจวันละ 1,000 ราย เริ่มตั้งแต่วันที่ 11-21 ม.ค.65 หากพบว่าติดเชื้อจะเข้าสู่ระบบการรักษาตัวที่บ้าน หากอาการแย่ลงก็จะส่งเข้ารักษาในโรงพยาบาลทันที
ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า ด้วยสถานการณ์โรคโควิด-19 ที่เริ่มกลับมาระบาดหนักจนมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะในพื้นที่ กทม. ขณะเดียวกันก็มีประชาชนที่ต้องการเข้ารับการตรวจหาเชื้อเป็นจำนวนมากด้วยเช่นกัน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้มอบให้ สปสช.ประสานงานคณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล เพิ่มจุดตรวจโควิด-19 เชิงรุก เพื่อสนับสนุนกรุงเทพมหานครและเพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชน โดยจะเริ่มตรวจตั้งแต่วันที่ 11-21 ม.ค.65 (หยุดวันเสาร์-อาทิตย์) เป็นต้นไป โดยตั้งเป้าตรวจวันละ 1,000 คน จุดตรวจเป็นจุดเดิมที่เคยเปิดตรวจโควิดด้วย ATK เมื่อเดือน ก.ค.64 คือ ลานจอดรถชั้น 1 อาคารบี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ถ.แจ้งวัฒนะ โดยคณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล จะเป็นผู้ตรวจ เป็นความร่วมมือระหว่าง สปสช. คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล และบริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด (ธพส.)
ทพ.อรรถพรกล่าวว่า การตรวจหาเชื้อโควิดดังกล่าวจะใช้ชุดตรวจ Antigen Test Kit หรือ ATK ที่ขึ้นทะเบียนแบบใช้โดยผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์ (Professional Use) ซึ่งจะทราบผลตรวจภายใน 30 นาที โดยหากปรากฏว่าผลตรวจเป็นบวกหรือติดเชื้อก็จะเข้าสู่กระบวนการรักษาที่บ้าน (Home Isolation) หรือในระบบชุมชน (Community Isolation)
“ขอย้ำว่าเราไม่ได้ทอดทิ้งให้ท่านกลับไปอยู่บ้านเฉยๆ เราได้ออกแบบระบบรองรับไว้แล้ว โดยให้สถานพยาบาลไม่ว่าจะเป็นคลินิกชุมชนอบอุ่นหรือศูนย์บริการสาธารณสุขในพื้นที่ที่ท่านพักอาศัยคอยติดตามดูแลสุขภาพของท่าน หากไม่สามารถดูแลที่บ้านได้เนื่องจากสภาพที่อยู่อาศัยไม่พร้อมก็จะเป็นการดูแลโดยชุมชนในสถานที่ที่ชุมชนจัดไว้ เช่น ศาลาวัด หอประชุมโรงเรียน ซึ่งขณะนี้กรุงเทพมหานคร รวมถึงภาคประชาสังคมได้ดำเนินการแล้ว โดยเมื่อทราบผลว่าติดเชื้อซึ่งส่วนใหญ่การพบการติดเชื้อโควิด-19 ในกลุ่มการตรวจเชิงรุกคือผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ไม่มีอาการหรือกลุ่มสีเขียว ก็จะมีการรายงานผลเข้าระบบฐานข้อมูลของ สปสช. ส่วนท่านที่กลับไปกักตัวที่บ้านก่อน อย่าออกไปไหน สปสช.จะจับคู่สถานพยาบาลใกล้บ้านเพื่อการดูแลให้ ซึ่งก็จะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อไปหาท่านภายใน 6 ชั่วโมง ตามที่กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดไว้” ทพ.อรรถพรกล่าว
ทั้งนี้ ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่เข้าสู่ระบบการรักษาที่บ้านจะได้รับการดูแลติดตามอาการ บริการส่งยา ส่งอาหาร ส่งอุปกรณ์ทางการแพทย์ อาทิ ที่วัดไข้แบบดิจิทัล เครื่องวัดค่าออกซิเจนปลายนิ้ว เป็นต้น ในกรณีที่จำเป็นอาจได้รับการเอกซเรย์ปอด การตรวจ RT-PCR จนหายป่วย หรือส่งต่อไปรักษาต่อในโรงพยาบาลกรณีอาการเปลี่ยนแปลง
สำหรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ยังไม่ได้เข้าสู่ระบบการรักษา ให้ดำเนินการตามนี้เพื่อเข้าสู่ระบบการรักษาที่บ้าน (Home Isolation)
1.โทรสายด่วน สปสช. 1330 กด 14 หรือ 2.กรอกข้อมูลที่ https://crmsup.nhso.go.th/#TicketHI หรือ 3. เข้าทางไลน์ สปสช.โดยเพิ่มเพื่อน @nhso หรือคลิก https://lin.ee/zzn3pU6 (เลือกเมนูบริการเกี่ยวกับโควิด-19) หลังจากนั้นเลือกลงทะเบียนเข้าสู่ระบบการดูแลที่บ้าน (Home Isolation)
ต่างจังหวัดสามารถติดต่อสถานพยาบาลใกล้บ้าน หรือ รพ.สต.ใกล้บ้านได้ แต่หากไม่สะดวกให้ติดต่อ 3 ช่องทางข้างต้น (ช่องทางใดช่องทางหนึ่ง) ได้เช่นกัน
ภายใน 6 ชั่วโมง จะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับเพื่อประเมินอาการเบื้องต้น (หากยังไม่ได้รับการติดต่อกลับภายใน 6 ชั่วโมง ขอให้โทรแจ้งที่สายด่วน สปสช. 1330 อีกครั้ง ทางเจ้าหน้าที่จะติดตามให้)
โดยเจ้าหน้าที่จะประสานและจับคู่กับสถานพยาบาลเพื่อรักษาตามระบบการดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่บ้านต่อไป กรณีโทรสายด่วน 1330 ไม่ติด เนื่องจากมีประชาชนโทรเข้ามามาก ไม่ต้องกังวล สปสช.จะจัดเจ้าหน้าที่โทรกลับสายที่โทรไม่ติดเพื่อรับข้อมูลเข้าระบบ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 1330 ตลอด 24 ชม. หรือไลน์ สปสช. คลิก https://lin.ee/zzn3pU6 เพิ่มเพื่อนไลน์กับ สปสช. @nhso หรือไลน์ สปสช-ตรวจโควิด พิมพ์เพิ่มเพื่อน @218qffqr

