เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 11 มกราคม ที่หน้าบ้านเลขที่ 299/232 ม.2 ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผบช.ปส. พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.ปส. แถลงผลการเปิดปฏิบัติการสยบไพรี 65/4 “ถล่มมังกรแดนใต้” ปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายทั่วประเทศ 30 เป้าหมาย เพื่อกวาดล้างจับกุมผู้ต้องหาขบวนการยาเสพติด โดยจากปฏิบัติการดังกล่าวสามารถจับกุมนายเพ๊าซี อาแวแม อายุ 50 ปี ชาวจังหวัดนราธิวาส ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 848/2564 ลงวันที่ 30 ธ.ค. 2564 ข้อหา ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อการค้า ” พร้อมตรวจยึดทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำผิดไว้ตรวจสอบ หลายรายการ อาทิ บ้านพร้อมที่ดิน จำนวน 7 หลัง รถยนต์ 21 คัน และรถจักรยานยนต์ 20 คัน รวมมูลค่ากว่า 54 ล้านบาท
พล.ต.อ.รอย กล่าวว่า สำหรับปฏิบัติการดังกล่าวสืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 6 พ.ย.เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปส.4 บช.ปส. สกัดจับกุมนายอาซหา มะ และนายอาดินัน มะ พร้อมตรวจยึดของกลางไอซ์ 300 กิโลกรัม ยาบ้า 4,000 เม็ด ขณะกำลังลักลอบขนเลียงยาของกลางดังกล่าวผ่านมาบริเวณด่านตรวจยานพาหนะชุมพร จึงสั่งการให้ บช.ปส. เร่งรัดขยายผลผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องรายอื่นๆมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว จนนำมาสู่การเปิดปฏิบัติการสยบไพรี 65/4 “ถล่มมังกรแดนใต้”
พล.ต.ท.สรายุทธ กล่าวว่า ทั้งนี้จากการขยายผลเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า นายเพ๊าซี ผู้ต้องหาคือตัวการสำคัญของขบวนการ โดยอยู่ในระดับผู้สั่งการอยู่เบื้องหลังและพบมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มนักค้ายาเสพติตรายสำคัญในพื้นที่ภาคกลางที่นำยาเสพติดมาจากภาคอีสานและภาคเหนือ มาส่งให้กับกลุ่มนักค้ายาเสพติดในพื้นที่กรุงเทพฯ และ ปริมณฑล รวมถึงส่งไปยังพื้นที่ภาคใต้เพื่อเตรียมส่งออกไปยังประเทศที่สาม นอกจากนี้จากแนวทางสืบสวนยังพบความเขื่อมโยงเกี่ยวข้องกลุ่มผู้ต้องหาลักลอบขนลำเลียงยาเสพติดลงสู่พื้นที่ภาคใต้ที่ถูกจับกุมก่อนหน้านี้หลายคดี จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลออกหมายจับ นายเพ้าชี และบุคคลที่เกี่ยวข้องที่ทำหน้าที่จัดหายาเสพติด กลุ่มผู้ลำเลียงและกลุ่มทำธุรกรรมทางการเงิน รวมจำนวน 7 หมายจับ กระทั่งนำมาสู่การจับกุมพร้อทตรวจยึดทรัพย์สินมีค่าต่างๆที่ได้มาจากการกระทำผิดดังกล่าว
พล.ต.ต.พรชัย กล่าวว่าสอบสวน นายเพ๊าซีให้การรับสารภาพว่า ทำมานานหลายปี โดยยาเสพติดส่วนใหญ่นำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน เบื้องต้นจึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส. ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย ขณะเดียวกันแม้จะจับกุมผู้ต้องหาตัวการใหญ่รายนี้ได้แล้ว แต่การขยายผลสืบสวนสอบสวนก็ยังคงดำเนินต่อไป โดยหลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่จะเร่งรัดติดตามจับกุมกลุ่มผู้ร่วมขบวนการที่ยังอยู่ระหว่างการหลบหนีซ่อนตัวตามประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

