เมื่อวันที่ 13 มกราคม ที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก., สั่งการให้ พล.ต.ต.มานะ กลีบสัตบุศย์ ผบก.ปทส., พ.ต.อ.วิศิษฐ์ พลบม่วง ผกก.1 บก.ปทส., นำกำลังจับกุม นายอภิโชค หรือ นายอภิสิทธิ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 62 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดปทุมธานี ที่ จ.134/2564 ลง 12 ต.ค. 2564 ซึ่งต้องหาว่ากระทำผิดฐาน “ฉ้อโกงทรัพย์”โดยสามารถจับกุมได้บริเวณริมถนนเพชรเกษม ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร
สืบเนื่องจากเมื่อประมาณต้นเดือนมกราคม 2564 ผู้เสียหายได้ตกลงที่จะดำเนินงานให้กับหน่วยงานของรัฐแห่งหนึ่ง ซึ่งผู้เสียหายจะต้องยื่นหนังสือค้ำประกันสัญญาให้กับทางหน่วยงานของรัฐก่อนดำเนินงาน ขณะนั้นผู้เสียหายได้รู้จักนายอภิสิทธิ์ ซึ่งอ้างตัวว่ามีพรรคพวกเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคาร มีวงเงินที่จะสามารถจะออกหนังสือค้ำประกันให้กับผู้เสียหายได้ โดยจ่ายค่าดำเนินการจัดทำเอกสาร 200,000 บาท ให้กับผู้ต้องหา ผู้เสียหายจึงได้โอนเงินให้กับนายอภิสิทธิ์ เพื่อไปดำเนินการดังกล่าว
ต่อมานายอภิสิทธิ์ ได้แจ้งกับผู้เสียหายว่าหนังสือค้ำประกันดำเนินการเสร็จแล้ว จะต้องโอนค่าเช่าหนังสือค้ำประกันอีกจำนวน 500,000 บาท และให้ไปรับหนังสือที่หน้าธนาคารแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ผู้เสียหายจึงเดินทางไปตามที่นัดหมาย โดยพบกับพวกของผู้ต้องหา ซึ่งพวกของผู้ต้องหาให้ผู้เสียหายโอนเงินค่าดำเนินการไปให้นายอภิสิทธิ์ พร้อมขอค่าดำเนินการส่วนตัวอีก 3% จากวงเงินในหนังสือค้ำประกัน คิดเป็นจำนวนเงิน 44,593.32 บาท ผู้เสียหายจึงโอนเงินไปยังบัญชีของนายอภิสิทธิ์ ต่อมาเมื่อนายอภิสิทธิ์ เดินทางมาถึงจุดนัดหมาย ก็ไม่ได้นำหนังสือค้ำประกันมาให้ทางผู้เสียหายแต่อย่างใด
จากนั้นอีก 2 วัน นายอภิสิทธิ์ ได้นำแคสเชียร์เช็คมาให้ผู้เสียหาย เมื่อผู้เสียหายนำไปตรวจสอบ พบว่าไม่ใช่หนังสือค้ำประกันที่ได้ตกลงไว้ และภายในเช็คได้สั่งจ่ายในชื่อคน ไม่ใช่ชื่อของหน่วยงานของรัฐ นายอภิสิทธิ์อ้างว่าจะนำไปแก้ไข หากแก้ไขไม่ได้จะนำเงินมาคืน แต่หลังจากนั้นผู้เสียหายก็ไม่สามารถติดต่อนายอภิสิทธิ์ได้อีก จึงเชื่อว่าตนเองถูกหลอก สูญเงินไปกว่า 7 แสนบาท จึงได้มาแจ้งความที่ สภ.เมืองปทุมธานี
จากการตรวจสอบประวัติของนายอภิสิทธิ์ ทราบว่าเมื่อวันที่ 24 พ.ย.2564 มีผู้เสียหายชาวกรุงเทพฯ ถูกนายอภิสิทธิ์หลอกลวงให้เช่าแคชเชียร์เช็คมูลค่า 200 ล้านบาท โดยนายอภิสิทธิ์ แจ้งว่าทำได้ จึงตกลงมัดจำโดยโอนเงินให้นายอภิสิทธิ์ จำนวน 340,000 บาท ต่อมานายอภิสิทธิ์ได้ส่งรูปแคชเชียร์เช็ค จำนวน 200 ล้านบาท มาให้ผู้เสียหายดู ผู้เสียหายจึงโอนเงินอีก จำนวน 330,000 บาท ภายหลังเมื่อผู้เสียหายได้นำเช็คดังกล่าวไปตรวจสอบกับทางธนาคาร กลับพบว่าเช็คดังกล่าวถูกออกด้วยจำนวนเงิน 5,000 บาท จึงได้แจ้งความดำเนินคดีกับทาง สน.หนองแขม
จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่สืบสวน กก.1 บก.ปทส. ทราบว่า นายอภิสิทธิ์ หลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจมาพักอาศัยอยู่ในเขต ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร จนสามารถจับกุมได้ที่บริเวณริมถนนเพชรเกษม ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองปทุมธานี ดำเนินคดีตามกฎหมาย
จากการสอบถามเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การภาคเสธ โดยให้การว่าได้รับเงินของผู้เสียหายทั้ง 2 คนจริง แต่เงินจำนวนดังกล่าวได้ให้กับผู้ที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารไปหมดแล้ว ตนได้ค่าดำเนินการครั้งแรก จำนวน 20,000 ครั้งที่สองจำนวน 30,000 บาท และไม่ทราบว่าเอกสารนั้นเป็นเอกสารปลอม มีผู้ที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารนำมาให้ตนอีกทอดหนึ่ง

