เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ที่สำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร (กทม.) นางผุสดี ตามไท รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายอดิศักดิ์ ขันตี ที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม.นางบุศกร คงอุดม เลขานุการผู้ว่าฯ กทม.และผู้บริหารสำนักการระบายน้ำ ประชุมร่วมกับผู้แทนชมรมอนุรักษ์คลองบางเขน หารือเรื่องการติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำในคลองบางเขน เพื่อช่วยบรรเทาปริมาณน้ำในคลองเปรมประชากรและเร่งระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา จากนั้น ทั้งคณะลงพื้นที่ตรวจพื้นที่ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ ณ บริเวณคลองบางเขน ช่วงคลองส่วย และประตูระบายน้ำคลองบางเขนใหม่ เขตบางซื่อ
นางผุสดี เปิดเผยว่า ช่วงที่ผ่านมา กรุงเทพมหานครประสบปัญหามีน้ำขังรอการระบายในหลายพื้นที่ อาทิ เขตบางซื่อ เขตจตุจักร เขตบางเขน เขตดอนเมือง ฯลฯ เนื่องจากมีปริมาณฝนตกมากกว่า 200 มิลลิเมตร (มม.) ต่อชั่วโมง ทำให้น้ำในคลองเปรมประชากรซึ่งเป็น 1 ในคลองหลักที่ใช้ในการระบายน้ำมีระดับสูง ส่งผลให้การระบายน้ำจากถนนเพื่อลงคลองเป็นไปได้อย่างล่าช้า สำนักการระบายน้ำ กทม.พยายามแก้ไขปัญหา โดยเบื้องต้นจะดำเนินการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าโดยการติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำในคลองบางเขนช่วงคลองส่วย เพื่อช่วยลดระดับน้ำในคลองเปรมประชากรและเร่งระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาให้เร็วขึ้น จึงประชุมร่วมกับชมรมอนุรักษ์คลองบางเขนเพื่อหารือเรื่องการติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำในคลองบางเขน ซึ่งชมรมฯ ก็ยินดีและเห็นด้วยกับการดำเนินการติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำบริเวณดังกล่าว รวมทั้งเสนอให้ กทม.ทำการขุดลอกคลองที่ตื้นเขิน ช่วงคลองเปรมประชากรตัดกับคลองบางเขน บริเวณวัดเทวสุนทร เขตจตุจักร เพื่อช่วยการระบายน้ำในคลองบางเขนได้สะดวกขึ้นอีกทางหนึ่ง ซึ่งสำนักการระบายน้ำ กทม.จะดำเนินการขุดลอกคลองบริเวณดังกล่าว รวมถึงหารือแนวทางการระบายน้ำและป้องกันปัญหาน้ำท่วมบริเวณดังกล่าวในระยะยาวร่วมกับชมรมฯ ด้วย ทั้งนี้ คาดว่าจะติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำแล้วเสร็จพร้อมใช้งานในวันที่ 8 ตุลาคมนี้
ด้านนายอดิศักดิ์ ให้สัมภาษณ์ว่า กทม.ได้หารือทำความเข้าใจกับชาวชุมชนว่าจะมีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำแบบผลักดันน้ำด้วยระบบไฟฟ้า ซึ่งในช่วงแรกยังหาข้อตกลงร่วมกันไม่ได้ เนื่องจากเกิดความเข้าใจที่ไม่ตรงกัน
“ชาวบ้านเกรงกลัวว่าการติดตั้งเครื่องสูบนี้จะเป็นการสร้างเขื่อนหรือทำให้น้ำเน่าเหม็น ต่อมาก็ได้หารือจนได้ข้อสรุปร่วมกันว่าจะอนุญาตให้ กทม.เข้าไปติดตั้งเครื่องสูบน้ำในคลองบางเขนได้ ทั้งนี้ เครื่องสูบน้ำดังกล่าวเป็นเครื่องผลักดันน้ำด้วยระบบไฟฟ้าสามารถผลักดันน้ำได้ประมาณ 9 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวินาที คาดว่าจะติดตั้งประมาณ 4-5 เครื่อง เพื่อระบายน้ำออกจากทั้งคลองบางเขนใหม่และคลองบางเขนเก่าลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาได้อย่างทันท่วงที” นายอดิศักดิ์ กล่าว
ขณะที่นายสมพงศ์ เวียงแก้ว ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ เปิดเผยถึงการเตรียมกระสอบทราย จำนวน 2.35 ล้านใบ ว่า เพื่อรองรับน้ำทะเลจะหนุนสูงในช่วงประมาณกลางเดือนตุลาคมนี้ และในช่วงนี้ที่มีฝนตกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจจะส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสูงขึ้นและเกิดผลกระทบกับชุมชนที่อยู่นอกแนวคันกั้นน้ำ รวมถึงจุดฟันหลอริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ยังไม่มีแนวคันกั้นน้ำ ซึ่งขณะนี้ได้แจกจ่ายให้ทั้ง 50 เขตพื้นในกรุงเทพฯ เขตละ 20,000-30,000 ใบ แล้ว

