‘บิ๊กโจ๊ก’ จับมือ ปปง.เตรียมยึดทรัพย์คดีค้ามนุษย์กว่าพันล้านบาท

14.01.22 | 14:25 น.

เมื่อวันที่ 14 มกราคม ที่ห้องประชุมอาคารสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. รองผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว ป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ และภาคประมง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศพดส.ตร.) นำพนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบทั้ง 48 คดี มาประชุมหารือกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง เลขาธิการ ปปง. มอบหมายให้ นายเทพสุ บวรโชติดารา รองเลขาธิการ ปปง. เป็นผู้แทนเข้าร่วมการประชุม เพื่อเสนอแนะแนวทางแก้ปัญหา เร่งรัดการตรวจยึดทรัพย์ให้มีประสิทธิภาพและรวดเร็วยิ่งขึ้น


พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ตามนโยบายรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่ง ให้ทุกหน่วยเร่งรัดปราบปรามการค้ามนุษย์ทุกรูปแบบและใช้มาตรการยึดทรัพย์ ทาง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. จึงสั่งการให้ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. ในฐานะ ผอ.ศพดส.ตร. ดำเนินการจับกุมปราบปรามทุกรูปแบบมาต่อเนื่อง และสืบสวนขยายผลคดีค้ามนุษย์ที่เข้าข่ายทำการฟอกเงิน 48 คดี เป็นคดีที่อยู่ในความรับผิดชอบของตำรวจ 44 คดี ดีเอสไอ 3 คดี และมหาดไทย 1 คดี มีมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท แต่การดำเนินการยังเป็นไปด้วยความล่าช้า เพื่อให้การยึดทรัพย์รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ เป็นไปตามกระบวนการตามกฎหมาย จึงนำพนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบคดีมาหารือร่วมกับ ปปง. ซึ่งทั้ง 48 คดีจะทำการยึดทรัพย์ 3 แนวทาง คือ 1.ทรัพย์สินโดยตรง เช่น เงินสด 2.ทรัพย์สินที่เกิดจากการแปรสภาพ เช่น บ้าน รถ 3.ทรัพย์สินที่ผสมผสาน เช่น บ้านหรือรถที่ผ่อนชำระ หลังจากประชุมจะมีการกำหนดไทม์ไลน์การทำงานที่ชัดเจน เช่น การออกคำสั่งสืบทรัพย์ มอบหมายให้พนักงานสอบสวนเข้าไปสืบทรัพย์ ตรวจค้น แล้วรายงานผลให้ที่ประชุมรับทราบตามขั้นตอนเพื่อจะได้ทำการยึดทรัพย์ และนำทรัพย์สินมาเยียวยาเหยื่อ ผู้เสียหายต่อไป ทั้งนี้ คดีที่จะต้องเร่งดำเนินการในลำดับต้นต้นคือคดีที่ ศพดส.ตร.จับกุมขบวนการค้ามนุษย์ในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 โดยสกัดจับกลุ่มขบวนการได้ที่จังหวัดชุมพร จนนำไปสู่การขยายผลจับกุมในอีกหลายพื้นที่ของอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก และพบว่ามีเงินหมุนเวียนอยู่ในบัญชีมากกว่า 600 ล้านบาท

Advertisement