รอง ผบช.น.สั่งเร่งหาตัวกู้ภัยใช้ปืน ผู้บาดเจ็บฝั่งมูลนิธิเพชรเกษมชี้ขัดแย้งส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับองค์กร

14.01.22 | 13:16 น.

รอง ผบช.น.สั่งการเร่งหาตัวมูลนิธิใช้อาวุธปืน ด้านรองกรรมการมูลนิธิเพชรเกษมเผยเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่ใช่เรื่องระหว่างองค์กร

จากกรณีที่ 2 มูลนิธิกู้ภัยมีเหตุวิวาทกลางกรุงเทพฯ เหตุเกิดคืนที่ผ่านมา (เที่ยงคืนครึ่งที่ผ่านมา) รวม 2 จุด คาดว่าเป็นเหตุการณ์เชื่อมโยงกัน ทั้งนี้ เหตุแรกเกิดในท้องที่แยกพงษ์เพชร ถนนงามวงศ์วาน แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กทม. มีคนทะเลาะกันและมีผู้บาดเจ็บ อีกจุดหนึ่งเกิดขึ้นในเขตรับผิดชอบ สน.โคกคราม พบผู้ใช้อาวุธปืนยิงสนั่นหลายนัดและมีผู้บาดเจ็บ


ล่าสุด วันนี้ (14 มกราคม) พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รอง ผบช.น. และ พล.ต.ต.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รอง ผบช.น. เดินทางมาที่ สน.โคกคราม สั่งการให้ พ.ต.อ.ศรีสันต์ เฟื่องสังข์ ผกก.สน.โคกคราม และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องประชุมเร่งรัดการติดตามกลุ่มคนร้ายก่อเหตุดังกล่าว ทั้งนี้ ในการประชุมได้นำอาสาสมัครมูลนิธิเพชรเกษม 2 คน ประกอบด้วย นายสยาม เติบโต อายุ 39 ปี ผู้บาดเจ็บ และเจ้าหน้าตำแหน่งเป็นรองกรรมการมูลนิธิเพชรเกษม มาสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย

พล.ต.ต.ไตรรงค์กล่าวว่า กรณีดังกล่าวเป็นเหตุต่อเนื่องจากพื้นที่ สน.ทุ่งสองห้อง โดยมีการใช้อาวุธปืนมากกว่า 1 กระบอก ก่อเหตุยิงกันใน 2 พื้นที่ต่อเนื่องกัน ส่วนใครจะเป็นฝ่ายเริ่มนั้น ยังอยู่ในระหว่างการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน ขณะนี้มุ่งเน้นไปที่การพิสูจน์ทราบตัวบุคคลที่ใช้อาวุธปืน แต่ยืนยันว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุและผู้เสียหายมีจำนวนหลายสิบคน โดยมีเจ้าหน้าที่มูลนิธิเพชรเกษมได้รับบาดเจ็บถูกกระสุนปืน 2 คน

Advertisement

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

พล.ต.ต.ไตรรงค์กล่าวว่า จากคำให้การของฝ่ายผู้เสียหายที่เป็นเจ้าหน้าที่มูลนิธิเพชรเกษมอ้างว่า เป็นความขัดแย้งเรื่องการแบ่งพื้นที่รับผิดชอบ ซึ่งทางตำรวจไม่มีหน้าที่ดูแลมูลนิธิ แต่ยินดีประสานและทำความเข้าใจกับองค์กรทั้ง 2 ฝ่าย โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องส่วนตัว ซึ่งใครเป็นผู้กระทำผิดจะดำเนินคดีตามกฎหมายเป็นรายไป ไม่เกี่ยวข้องกับองค์กร เพราะเจตนารมณ์ขององค์กรมูลนิธิคือช่วยเหลือประชาชน ส่วนกรณีที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยมีการพกปืนหลายคน ต้องตรวจสอบใบอนุญาตเป็นรายบุคคล เพราะไม่ได้มีระเบียบให้เจ้าหน้ากู้ภัยสามารถพกปืนได้ การพกปืนจึงขึ้นอยู่กับการขออนุญาตเป็นรายบุคคล

ด้านนายสยาม อาสาสมัครมูลนิธิเพชรเกษมที่ได้รับบาดเจ็บ ชี้ให้ผู้สื่อข่าวดูร่องรอยบาดแผลที่ถูกกระสุนของฝั่งคู่กรณียิงเข้าบริเวณกระเป๋าคาดเอวแฉลบเข้าท้อง พร้อมทั้งกล่าวว่า เหตุเกิดขณะตนเองมาขอต่อใบอนุญาตสมาชิกมูลนิธิที่บริเวณปั๊ม ปตท. จุดเกิดเหตุ เมื่อมาถึงก็ทราบว่ามีเหตุทะเลาะวิวาทกันก่อนหน้านี้ ไม่นานนักอาสาสมัครมูลนิธิคู่กรณีได้ยกพวกมากว่า 20 คน นำรถมาจอดหน้าปั๊ม ตนเองและเพื่อนจึงเดินไปสอบถามว่ามาทำอะไร กลับถูกคู่กรณีกราดยิงใส่ โดยตนเองกับพวกอีกหนึ่งคนได้รับบาดเจ็บ ทั้งนี้ ฝั่งตนเองไม่มีการยิงโต้ตอบแต่อย่างใด

ขณะที่รองกรรมการมูลนิธิเพชรเกษมที่มาให้ปากคำตำรวจ กล่าวว่า เหตุที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องความขัดแย้งส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับองค์กร ที่ผ่านมาทางองค์กรได้เจรจาพูดคุยแบ่งงานความรับผิดชอบกันอย่างชัดเจนแล้ว แต่ยอมรับว่าในมูลนิธิเพชรเกษมมีอาสาสมัครที่แยกตัวออกมาจากมูลนิธิร่วมกตัญญู โดยในการปฏิบัติงานของมูลนิธิเพชรเกษมจะปฏิบัติหน้าที่วันเดียวกับมูลนิธิร่วมกตัญญู โดยมีเงื่อนไขว่า หากใครถึงที่เกิดเหตุก่อนก็ให้รับผิดชอบเคสดังกล่าว พร้อมยืนยันว่ามูลนิธิเพชรเกษมมีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายที่สามารถให้ความช่วยเหลือประชาชน