เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ชาวบ้าน จ.สตูล พาสื่อไปชี้ยังจุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นบ้านของ “คุณครูคิตตี้” ครูสาวอายุ 38 ปี เจ้าทุกข์คนล่าสุด ที่ถูกโจรปลุกเดี่ยวเข้าขโมยชุดชั้นในไปเมื่อวันที่ 16 ก.ย.ที่ผ่านมา ช่วงกลางวันแสกๆ ขณะที่ไปสอนหนังสือที่โรงเรียน โดยเพื่อนบ้านซึ่งเป็นญาติได้โทรศัพท์ให้รีบกลับบ้านด่วน หลังชาวบ้านในละแวกพบว่าชายวัยฉกรรจ์ ซึ่งเป็นคนในหมู่บ้านเดียวกันปีนเข้าบ้าน
“คุณครูคิตตี้” กล่าวว่า ขณะนั้นเพื่อนบ้านได้เดินเข้ามาดูกลับพบชุดชั้นในตกเรี่ยลาดกับพื้นดินนอกบ้าน และภายในบ้าน เมื่อตนมาถึงก็พบว่าชุดชั้นในหายไป 2 ตัว โดยชุดชั้นในดังกล่าวได้ถูกตากอยู่ในพวงเดียวกัน ภายในบ้าน เเต่พบตกอยู่นอกบ้าน ทั้งนี้ขณะเกิดเหตุชาวบ้านใกล้เคียงเห็นพฤติกรรมของโจรคนดังกล่าวที่เป็นคนในหมู่บ้านเดียวกัน มีอาการตกใจเมื่อมีคนมาเห็น ซึ่งเบื้องต้นก็ปฏิเสธว่าไม่ได้ปืนเข้าบ้านครูคิดตี้ แต่เพื่อนบ้านเห็นปืนอยู่บนโอ่งล้วงมือเข้าไปในช่องคานประตูบ้านเพื่อล่วงเอาชุดชั้นใน และพยายามงัดบ้าน
สำหรับเหตุการณ์ขโมยชุดชั้นในเกิดขึ้นมาตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ส่วนใหญ่ชาวบ้านที่มีลูกสาวเมื่อตากชุดชั้นในไว้นอกบ้านมักจะหายบ่อยๆ จึงต้องนำชุดชั้นในมาตากไว้ในบ้าน จนมาเกิดเหตุล่าสุด ทั้งนี้ชาวบ้านเรียกโจรโรคจิตรายนี้ว่า “โจรวาโก้”
หลังเกิดเหตุ “คุณครูคิตตี้” ได้เข้าแจ้งความ สภ.ละงู เเต่ยังไม่มีความคืบหน้าของคดี ทำให้เกิดความหวาดกลัวจะเกิดเหตุซ้ำรอย “คุณครูคิตตี้” กล่าวว่า ไม่ได้คิดหรือกลัวเรื่องขโมยชุดชั้นใน แต่กลัวความไม่ปลอดภัยในชีวิตมากกว่า และทรัพย์สินมากกว่า เพราะตนต้องอยู่คนเดียวหากตำรวจยังไม่สามารถจับคนร้ายได้ ตนก็ต้องอยู่อย่างหวาดผวา อีกทั้งเหตุการณ์ลักษณะนี้ไม่ได้เกิดเหตุเฉพาะกับตนเท่านั้น คนในหมู่บ้านนี้หลายหลังคาเรือน ก็มีความหวาดกลัว และคิดว่าเมื่อโจรเข้ามาในบ้านได้ก็อาจจะมาทำร้าย หรือหมายเอาชีวิตได้เหมือนกัน อาจจะเป็นคดีเล็กๆในมุมมองคนอื่น แต่ตนต้องอยู่คนเดียว หากชีวิตไม่ปลอดภัยก็อยู่อย่างหวาดผวา
นางสาวสุวรินทร์ ผู้เคยประสบเหตุ อายุ 34 ปี เล่าว่า เมื่อ10 ปีที่แล้ว ตอนเป็นสาวชุดชั้นในหายอยู่ประจำ ตอนแรก ๆก็คิดว่าลมอาจจะพัดพาไป เพราะหมู่บ้านอยู่ใกล้ทะเลลมแรง แต่เคยมีชาวบ้านจับได้พบว่าเป็นคนในหมู่บ้าน แต่ขณะนั้นก็ไม่มีใครติดใจเอาความอะไร แต่ยอมรับว่าหวาดกลัวเหมือนกัน เพราะในหมู่บ้านส่วนใหญ่มีแต่ผู้หญิง และเด็ก ผู้ชายส่วนมากออกไปทำงานนอกบ้าน ออกเรือไปครั้งหลายวัน อยากให้ ตร.มาช่วยสอดส่องและจับโจรโรคจิตไปรักษาด้วย เพราะนี่แค่ชุดชั้นในคราวหน้าอาจจะมีอย่างอื่น ขโมยของ หรือทำร้ายด้วยก็ได้
ขณะที่่นางสาวรัญญารัตน์ ชาวบ้านในพื้นที่ อายุ 26 ปี เล่าว่า ยอมรับว่ากลัวมาก ๆ เพราะต้องอยู่บ้านคนเดียว สามีออกไปทำงานนอกบ้าน หากโจรปืนเข้าบ้านมาได้ทรัพย์สินที่มีค่าก็อาจจะเข้ามาเอาได้ ยิ่งเจอผู้หญิงและเด็กอาจทำร้ายได้ อยากให้มีการแก้ปัญหานี้โดยเร็ว เพราะชาวบ้านหวาดกลัว
ทั้งนี้หลัง พ.ต.อ.นิพนธ์ คงขวัญ ผกก.สภ.ละงู ทราบข่าวจึงรีบลงพื้นที่ พร้อมพ.ต.ท.สมบัติ ซุ้นหั้ว สวป. พ.ต.ท.พีรพงศ์ กาลรักษ์ สว.สสฯ, ร.ต.อ.ฟัยซาล ฮะอุรา รรท.สว.อกฯ,ชป.20,หน่วยบริการประชาชนปากละงู และทีมสืบสวน เข้ามารับฟังความเดือดร้อนของชาวบ้านต.ละงู และสอบถามเจ้าของคดีที่รับเรื่อง โดยทราบว่าขณะนี้ได้มีการออกหมายเรียกผู้ต้องสงสัยแล้ว ซึ่งจะสืบสวนสอบสวนว่าได้กระทำผิดจริงหรือไม่ หากพบว่ามีอาการป่วยทางจิตอย่างที่ชาวบ้านกล่าวอ้าง จะประสานโรงพยาบาลเพื่อทำการรักษาให้ และชื่นชมชาวบ้านแห่งนี้ที่ช่วยกันเป็นหู เป็นตา ช่วยสอดส่องบ้านเพื่อนบ้านด้วยกัน ซึ่งนับว่าเป็นตำรวจคนแรกที่จะช่วยกันดูแลทรัพย์สินกันเองของคนในชุมชน แต่ถึงอย่างไรมีเรื่องเร่งด่วนก็สามารถประสานไปยัง สภ.ละงูได้ตลอด 24 ชม.หรือจะโทรศัพท์เข้าเบอร์ส่วนตัวผกก. รองผกก.หรือ สวป. ได้ด้วยเช่นกันยินดีรับใช้ประชาชน

