นักข่าวทีนิวส์ขี่จยย.กลับจากวัดโดนลอบยิงกัดฟันขี่หนีไปกลางชุมชนกันโดนยิงซ้ำ ลูก-เมียมั่นใจเกิดจากความขัดแย้งเรื่องมรดกเพราะล่าสุดมีปากเสียงกันไม่นานก็ถูกลอบยิง หลังถูกลอบยิงญาติยังมาเยาะเย้ยแถมยังรู้ว่าถูกยิงด้วยปืนอะไรทั้งๆที่หมอเองยังไม่ผ่ากระสุนออกจากแขน
เมื่อเวลา 16.00 น.วันนี้ทางโรงพยาบาลร้อยเอ็ด ได้รับตัวนายสุเทพ ลอยแก้ว อายุ 53 ปี ถูกยิงด้วยกระสุนปืนไม่ทราบชนิด เข้าที่แขนซ้าย ใกล้ข้อมือ 3 นัด กระสุนฝังใน เป็นคนไข้ในความดูแล หลังจาก เจ้าตัวขอให้นำส่งรักษา รพ.โพนทอง ซึ่งอยู่ใกล้บ้านเพื่อผ่าตัดเอาหัวกระสุนออก เพราะผลจากการเอ๊กซเรย์ดูพบว่า มีหัวกระสุน 1 นัด ตัดเส้นประสาทสำคัญ เกรงว่าจะเกิดอันตรายรุนแรง ไม่สามารถผ่าตัดได้ จึงส่ง รักษาต่อที่ รพ.ร้อยเอ็ด
สำหรับเหตุยิงกัน เกิดขึ้น เมื่อเวลา 07.10 น. วันที่ 7 ต.ค.59 ร.ต.อ.จันทร์แดง ทวีโชค รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.โคกสว่าง รับแจ้งจากป้อมยาม ว่ามีคนถูกยิงได้รับบาดเจ็บขี่จยย.มาขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ป้อมยามถนนหนองพอก – เลิงนกทา จึงนำกำลังไปตรวจสอบ พบนายสุเทพ ลอยแก้ว ที่ถูกยิงด้วยปืนไม่ทราบชนิดเลือดอาบแขนซ้ายรออยู่ จึงนำส่ง รพ.โพนทอง เพื่อการรักษาพยาบาลก่อนที่จะสอบสวนปากคำต่อไป
จากการสอบสวนปากคำ นายสุเทพ เปิดเผยว่า ตนเองเป็น ผู้สื่อข่าว สำนักข่าว T News ประจำ อ.โพนทอง จ.ร้อยเอ็ด ก่อนเกิดเหตุได้ขี่ จยย.ไปทำบุญที่วัดถ้ำโสม อยู่ในพื้นที่ อ.หนองสูง จ.มุกดาหาร แนวเขาเขตติดต่อจังหวัดร้อยเอ็ด ใกล้มหาเจดีย์ศรีชัยมงคล ต.โคกสว่าง อ.หนองพอก จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งตนมักจะขี่รถจยย.ไปทำบุญที่วัดนี้เพียงลำพังเป็นประจำ วันนนี้ หลังเสร็จสิ้นภารกิจได้ขับ จยย.กลับบ้านมาตามทางสันเขาเพียงคนเดียว ก่อนที่จะมาถึงที่เกิดเหตุ ตนเห็ยรถยนต์กระบะสีคุ้นตาคันหนึ่ง ขับแซงตนไป ก็ไม่สงสัย แต่พอมาถึงที่เกิดเหตุ ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด และรู้สึกเจ็บแสบที่แขน เมื่อก้มลงดูเห็นเป็นลอยกระสุน 3 จุด จึงมั่นใจว่าตนเองถูกยิง และกระสุนฝังใน แต่ก็ไม่กล้าจอดรถ เพราะมั่นใจว่าจะถูกปองร้าย หากจอดรถคนร้ายอาจจะเห็นว่าตนเองไม่เป็นอะไรอาจจะตามมายิงซ้ำ จึงแข็งใจขี่จยย.หนีไปยังป้อมตำรวจเพื่อความปลอดภัยก่อนจะแจ้งตำรวจและโทรแจ้งครอบครัวทราบ
ด้านนาง วาสนา ลอยแก้ว อายุ 46 ปี ภรรยาของนายสุเทพ กล่าวว่า กังขาที่สามีถูกลอบยิงทั้งที่ตลอดระยะเวลาที่อยู่ด้วยกันไม่เคยมีคู่อริและมีปัญหาอะไรกับใคร เป็นคนที่ชอบช่วยคนอื่นและดีกับทุกคน ไม่เลยทะเลาะเบาะแว้งกับใคร เวลาว่างก็ไปวัดประจำ และนอกจากเป็นนักข่าวทีนิวส์ แล้ว ยังเสียสละเป็นอาสากู้ภัยช่วยเหลือสังคมมาโดยตลอด เหตุที่เกิดมีเพียงเรื่องมรกดกที่ดินที่เป็นปัญหาในครอบครัว ที่มีการข่มขู่กัน มีทะเลาะกันเมื่อ 2 อาทิตย์ก่อนเท่านั้น ซึ่งเป็นปัญหากันมาเป็น 10 ปีมาแล้ว
โดย 2 อาทิตย์ที่ผ่านมามีการทะเลาะกันเรื่องที่ดิน มีการข่มขู่คาดโทษในลักษณะว่าจะปองร้ายกัน ตนไม่อยากยืนยันว่าใช่สาเหตุที่สามีโดนยิง และไม่อยากจะบอกว่าคนที่ใจคิดว่าคนที่ยิงจะเป็นใครเพราะไม่มีหลักฐาน จึงพูดอะไรไม่ได้ ทุกอย่างขอให้เป็นไปตามพยานหลักฐานที่ตำรวจจะสืบสวนขยายผลไปหาคนตัวคนร้ายมาลงโทษ และหลักฐานคือรถคันที่ขับไปในที่เกิดเหตุวันนั้นก็คือหลักฐาน ว่าใช่หรือไม่
ทางด้านนางสาวภัทรียา ลูกสาวอายุ 21 ปี กล่าวว่า มั่นใจเลยว่าสาเหตุที่พ่อโดนลอบยิงเป็นเรื่องภายในครอบครัวและเรื่องมรดกที่ดิน ซึ่งมีการเถียงกันจนกล่าวว่าจะมีการฟ้องร้องน่าจะเป็นต้นเหตุ เเละเป็นการทะเลาะกันรุนแรงที่สุดเมื่อ 2 อาทิตย์ก่อนถูกยิง
ยังมีคนใกล้ชิดในครอบครัวและญาติของแม่อาจจะเกี่ยวข้อง เพราะมาขู่ว่า ระวังจะไม่มีแผ่นดินอยู่ อีกทั้งหลังจากพ่อโดนยิงเมื่อเช้าแล้ว แทนที่จะตกใจ เสียใจ กลับมาพูดเยาะเย้ยถากถางอยู่ข้างบ้านให้ตนและแม่ได้ยิน ในลักษณะสะใจ และหลังจากพ่อโดนยิงก็มาพูดว่า ช่างไม่ตายเสียให้มันจบ และยังมาพูดแบบรู้อีกว่าโดนยิงด้วยปืนแก๊ป ยิงแม่นมาก กูหมายหัวไว้แล้ว ว่าจะต้องถูกยิง ทำให้ยิ่งสงสัย และได้แต่ฝากเป็นประเด็นให้ตำรวจสืบสวนสอบสวนเอาว่าเกี่ยวหรือไม่ เพื่อเอาตัวคนยิงมาลงโทษ

