อนุทิน ชม รพ.ฝาง-อสม.เชียงใหม่ ดูแลผู้ป่วยโควิดเป็นเลิศ ชี้ คนทำงานได้เข็ม3 กว่า 80%
วันที่ 15 มกราคม ที่ โรงพยาบาล (รพ.) ฝาง จ.เชียงใหม่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พร้อมด้วย นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต และ นพ.จตุชัย มณีรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานควบคุม ป้องกันโรคโควิด-19 พร้อมมอบเกียรติบัตรแก่เจ้าหน้าที่ และ อสม.ที่เป็นผู้ให้คำปรึกษาเบื้องต้น สร้างแรงจูงใจให้ประชาชนเข้ารับวัคซีน (VA VI for Vaccine Hesitancy) จำนวนกว่า 30 ราย

นายอนุทินกล่าวว่า จากการลงพื้นที่ให้กำลังใจ แพทย์ พยาบาล บุคลากร เจ้าหน้าที่และ อสม. รพ.ฝาง มีความพร้อมและความตั้งใจในการจัดบริการทั้งผู้ป่วยในระบบปกติ และประชาชนที่มารับบริการฉีดวัคซีนอย่างมาก โดยเฉพาะการป้องกันควบคุมโรคโควิดในพื้นที่ ทำให้มีแนวโน้มผู้ติดเชื้อลดลงอย่างชัดเจน และยังร่วมกับ รพ.สวนปรุง และกรมสุขภาพจิต จัดทีมสุขภาพจิต และ อสม. ติดตาม ประเมินสภาพจิตใจผู้ติดเชื้อที่ได้รับการรักษาทั้งใน HI/CI รพ.สนาม และโรงพยาบาลหลัก

รวมทั้งประเมินผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ “คลินิกให้การปรึกษา” และสายด่วนสุขภาพจิต กว่า 900 ราย ปัจจุบันเน้นการนำผู้ติดเชื้อเข้าสู่ระบบ HI/CI เป็นหลัก ขณะที่ในโรงพยาบาลก็มีห้องความดันลบพร้อมดูแลรักษาผู้ติดเชื้อที่มีอาการหนัก โดยมีผู้ติดเชื้อโควิด 19 อยู่ในระบบ HI 74 ราย และ CI 30 ราย
นายอนุทินกล่าวต่อว่า ในการจัดบริการฉีดวัคซีนโควิด พบว่าได้ฉีดให้แก่ประชาชนทั้งคนไทยคนต่างด้าวและกลุ่มชาติพันธุ์ โดยข้อมูลฉีดวัคซีนสะสม 174,258 โดส บุคลากรด้านการแพทย์และสาธารณสุข ใน อ.ฝาง 900 คน ได้รับวัคซีนกระตุ้นเข็มที่ 3 แล้ว 86.88% ที่สำคัญ มีการจัดทีมสุขภาพจิต ร่วมกับ อสม. ลงพื้นที่ใช้ภาษาถิ่นสนทนาให้ข้อมูลสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนที่ยังมีความลังเลตัดสินใจฉีดเข้ารับการฉีดวัคซีน ทำให้ประชาชนโดยเฉพาะผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงได้รับวัคซีนมากขึ้น

ทั้งนี้ รพ.ฝาง เป็นโรงพยาบาลทั่วไปขนาด 232 เตียง มีแพทย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางครบเกือบทุกสาขา ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ตั้งแต่ปี 2563 ได้ใช้มาตรการ COVID Free Setting ในโรงพยาบาล และมาตรการต่างๆ เช่น การส่งยาทางไปรษณีย์ รับยาที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลใกล้บ้าน เพื่อยืดการให้บริการผู้ป่วยนอกในโรงพยาบาล รักษาระยะห่าง งดเฝ้าไข้ และจำกัดการเยี่ยมผู้ป่วย เป็นต้น

