ระดม ช่วยปู่ช้างป่าละอู แผลถูกยิง หางถึงหัวนับ20นัด ทรมานสุดๆ หมอรักษาไปร้องไห้ไป

22.01.22 | 09:46 น.

สัตวแพทย์ระดม ช่วยปู่ช้างป่าละอู แผลถูกยิง ตั้งแต่หางถึงหัวนับ20นัด ทรมานสุดๆ หมอรักษาไปร้องไห้ไป

ลุ้นระทึก!!! ความคืบหน้าและการติดตามอาการการรักษา”คุณปู่ป่าละอู” ช้างป่าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี

จากกรณีที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เครือข่ายต่างๆ ได้ทำการรักษาช้างป่าคุณปู่ป่าละอูครั้งแรก เมื่อวันที่ 10-11 มกราคม 2565 การรักษาระยะใกล้พบว่ามีบาดแผลบริเวณลำตัวหลายจุด โดยเป็นบาดแผลจากการต่อสู้และถูกยิงหลายแห่ง แผลค่อนข้างลึก ติดเชื้อในกระแสเลือดระดับรุนแรง มีหนองไหลจากแผลบริเวณท้ายลำตัว ร่างกายอ่อนแอ ซูบผอม ประกอบกับช้างป่าที่อายุมากแล้ว อาการจึงอยู่ในภาวะวิกฤต

(ชมคลิป)

ล่าสุด ทีมสัตวแพทย์ นำโดยนายสัตวแพทย์(นสพ.) ภัทรพล มณีอ่อน หัวหน้ากลุ่มงานจัดการสุขภาพสัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานร่วมกับทีมสัตวแพทย์จากส่วนกลางของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช ทีมสัตวแพทย์จากศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ 3 (ประทับช้าง) ทีมสัตวแพทย์จากสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยทราย จนท.ทหารเฉพาะกิจทัพพระยาเสือ เจ้าหน้าที่สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า(WCS) ประเทศไทย และรองนายกอบต.ป่าเด็ง นายประจิน เสียงเพราะโดยเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้ได้ผ่านการตรวจ ATK Covid-19 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

Advertisement

นสพ.ภัทรพล กล่าวว่า ในช่วงเช้ามีการประชุม วางแผนการช่วยเหลือ ที่ศูนย์ข้อมูลอนุรักษ์ช้างป่าแก่งกระจาน ณ ป่าละอู และมีการลงพื้นที่ติดตามอาการ รักษาช้างป่า คุณปู่ป่าละอูวัย 60 กว่าปี บริเวณ บ้านป่าแดง ใกล้บริเวณอ่างเก็บน้ำกระหร่าง 3 อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน หมู่ 3 ตำบลป่าเด็ง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี

โดยเริ่มปฏิบัติการในช่วงเวลา 14.00 น. วันที่ 21 มกราคม ได้มีการวางยาซึม เพื่อทำการรักษา แต่ด้วยสภาวะร่างกายของช้างป่าจากผลการตรวจเลือดครั้งที่แล้วพบว่าช้างป่าค่อนข้างอ่อนแอ มีภาวะติดเชื้อทั่วร่างกาย โลหิตจาง ค่าไตและตับขึ้นสูงมาก จึงทำให้การเข้าถึงตัวเพื่อค่อนข้างมีอุปสรรค

หลังจากให้ยา ช้างป่าได้ล้มตัวลงนอนกับพื้น ซึ่งบริเวณที่ช้างล้มตัวนอนนั้นเป็นร่องพื้นภายในป่า การล้มนอนของช้างที่อยู่ในลักษณะที่หัวต่ำกว่าตัวเสี่ยงต่อภาวะสำลักและอาจมีภาวะอื่นๆ แทรกซ้อนตามมา อาจทำให้ช้างตายได้

ดังนั้น การทำงานของทีมสัตวแพทย์ในวันนี้จึงค่อนข้างเต็มไปด้วยความยากลำบาก ต้องทำงานแข่งกับเวลาและต้องมีการเฝ้าระวังอาการระหว่างที่ช้างป่าล้มตัวลงนอนอย่างใกล้ชิดเพราะทุกนาทีที่ช้างล้มนอนจากฤทธิ์ยาอาจจะทำให้เป็นอันตรายต่อช้างป่าได้

นสพ.ภัทรพล กล่าวว่า การรักษามีการเก็บเลือดเพื่อติดตามสภาวะของร่างกายปัจจุบัน ให้ยาปฏิชีวนะ ยาบำรุง สารน้ำ และยากำจัดปรสิต ซึ่งบาดแผลของช้างที่พบในวันนี้มีหนองลักษณะข้นไหลออกจากบาดแผลที่ด้านหลังทั้ง 2 แผล เป็นโพรงเข้าไปถึงชั้นกล้ามเนื้อลึกประมาณ 2-3 ฟุต

“ซึ่งคาดว่าเป็นรอยจากการต่อสู้ ส่วนแผลที่บริเวณหัว และบริเวณกลางลำตัว ตรวจด้วยเครื่องตรวจโลหะพบว่ามีโลหะอยู่ภายในบาดแผลทั่วทั้งร่างกาย ตั้งแต่หัวถึงหาง น่าจะราวๆ 20 นัด มีกระสุน ฝังในสมองด้วย โดยทีมสัตวแพทย์ได้ทำการล้างแผลและพบกระสุนภายในบาดแผลจึงได้ทำการนำกระสุนออกเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่หมด โดยคาดว่าเป็นกระสุนลูกปืนซองลูก 9 หรือ OO Buckshot” นสพ.ภัทรพล กล่าว

ปฏิบัติการครั้งนี้ ใช้เวลาตั้งแต่ช้างล้มจนทำแผล ให้ยาเสร็จเรียบร้อย ดำเนินการทุกอย่างในภาวะฉุกเฉินได้ครบถ้วน เป็นเวลา 20 นาที ด้วยการทำงานที่เป็นทีม มีระบบ ช้างป่า คุณปู่ป่าละอู สามารถฟื้นตัวและเดินกลับเข้าป่าได้ และหากินปกติ แต่ทุกคนทราบดีว่า ช้างอยู่ในสภาพที่ทรมานและเจ็บปวดอย่างยิ่ง หมอบางคนสะเทือนใจถึงกับน้ำตาไหลไปรักษาไป

ทั้งนี้  ทีมสัตวแพทย์ จะรอผลการตรวจเลือดทางห้องปฏิบัติการ เพื่อประเมินสุขภาพของช้างป่าคุณปู่ป่าละอู โดยวันนี้ (22 มกราคม) จะมีการติดตามอาการของช้างต่อไป การประเมินสภาวะร่างกายของช้างพบว่าช้างยังอยู่ในภาวะวิกฤต โดยเป้าหมายในการรักษาของทีมสัตวแพทย์ในครั้งนี้ คือช่วยให้ช้างพ้นจากภาวะวิกฤตที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

 

น.สพ.ภัทรพล กล่าวว่า ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการวันนี้ พบว่าช้างมีภาวะภูมิตกและมีการอักเสบอย่างรุนแรงทั่วร่างกาย ประกอบกับภาวะขาดน้ำอย่างยาวนานและร่างกายอยู่ในภาวะวิกฤติจึงมีการสร้างเม็ดเลือดขึ้นใหม่เพื่อชดเชยความผิดปกติของร่างกายที่เกิดขึ้น

สาเหตุของเหตุการณ์ครั้งนี้ ที่ช้างป่าถูกทำร้าย เกิดจากการกระทำของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง เท่านั้น ชาวบ้านและประชาชนในพื้นที่ป่าละอูและป่าเด็ง มีความรักและเข้าใจต่อสถานการณ์ปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่าที่เกิดขึ้นเป็นอย่างดี และการแก้ไขปัญหาตามแผนแม่บทการแก้ไขปัญหาช้างในในพื้นที่ก็กำลังดำเนินการไปสู่เป้าหมาย เพื่อให้คนและช้างป่าอยู่ร่วมกันในสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล เกื้อกูลกัน