เมื่อวันที่ 23 มกราคม พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.ธีระชัย ชำนาญหมอ รอง ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.กฤศณัฏฐ์ ธนศุภณัฏฐ์ ผกก.สส.2 บก.สส.บช.น, พ.ต.ต.กิติพัฒน์ ใจอารีรอบ สว., ร.ต.ท.ธีระชัย ทรัพย์สำเริง, ร.ต.ต.นพพร สร้างธรรม รอง สว. ร่วมกันจับกุมนางภัททิยา ซ้วนลิ้ม อายุ 42 ปี ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” ตามหมายจับของศาลจังหวัดภูเก็ต ที่ จ.13/2565 ลงวันที่ 13 มกราคม 2565 ได้ที่หน้าร้านสะดวกซื้อ สาขารามอินทรา 109 ถนนพระยาสุเรนทร์ แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร

พล.ต.ต.นพศิลป์กล่าวว่า สอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าสมัครเฟซบุ๊ก และนำรูปโปรไฟล์เฟซบุ๊กของผู้อื่นซึ่งมีหน้าตาสวยงามมาใช้จริง โดยติดต่อทักทายผู้เสียหายผ่านเฟซบุ๊กและพูดคุยกับผู้เสียหายผ่านทางเมสเซนเจอร์ โดยใช้ชื่อน้องแพร ตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม 2563 จนรู้สึกสนิทสนมกัน พูดคุยกันแล้วผู้เสียหายรู้สึกชอบเพราะเข้าใจว่าหน้าตาน้องแพรสวยงามจริงเหมือนในรูปโปรไฟล์เฟซบุ๊ก ซึ่งในบางครั้งเปลี่ยนเป็นสื่อสารโดยใช้โทรศัพท์แทน โดยผู้เสียหายไม่เคยแม้จะเห็นหน้ามาก่อนและไม่เคยวิดีโอคอลกันสักครั้ง แม้แต่ผู้เสียหายขอพบหน้าน้องแพรกลับถูกปฎิเสธหรือบ่ายเบี่ยงมาโดยตลอด ซึ่งต่อมาหลังจากคบหากัน น้องแพรได้พูดขอความช่วยเหลือจากผู้เสียหายตลอดเวลา โดยขอช่วยให้โอนเงินเป็น ค่าก่อสร้างบ้านให้กับช่าง ซึ่งต้องเบิกเงินสดล่วงหน้าเพื่อซื้อวัสดุก่อสร้าง ซึ่งอ้างว่าอยู่ในพื้นที่จังหวัดพังงา และยังขอความช่วยเหลือให้ผู้เสียหายช่วยชำระค่าคอนโดรายปี รวมถึงส่วนกลาง ทั้งในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต และกรุงเทพมหานคร รวมถึงค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลของบิดา ซึ่งก่อนหน้านี้ได้บอกกับผู้เสียหายว่าทางบิดา ได้ลื่นล้มศีรษะฟาดพื้น ต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาลเอกชนเป็นเวลาเกือบ 1 เดือน อ้างว่าค่ารักษา 250,000 บาท และมีค่าใช้จ่ายประจำวัน เป็นจำนวนหลายครั้ง จนผู้เสียหายหลงเชื่อ จึงยอมโอนเงินให้จำนวน 105 ครั้ง เป็นเงิน 514,729 บาท หลังจากที่ผู้เสียหายโอนเงิน ผู้เสียหายเริ่มมีปัญหาเรื่องการเงิน ไม่มีเงินที่จะโอนให้กับผู้ต้องหาอีกต่อไป จนทะเลาะกันบ่อยครั้ง และบล็อกเฟซบุ๊กหนี ขาดการติดต่อไป ไม่สามารถติดต่อกันได้อีกต่อไป ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าถูกผู้ต้องหาหลอกลวง จึงมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาตามกฎหมายให้ถึงที่สุด จึงนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ภูเก็ต
พล.ต.ต.นพศิลป์กล่าวว่า จึงขอแจ้งเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อบุคคลที่เข้ามาติดต่อหลอกให้หลงเชื่อ หลอกให้รัก และพยายามชักจูงใจให้โอนเงินให้โดยการอ้างเหตุผลนานาประการ ขอให้ตรวจสอบยืนยันตัวตนคนที่เข้ามาหาเราให้ได้เสียก่อน ว่าเป็นคนดีไม่ใช่มิจฉาชีพที่ตั้งใจมาหลอกลวงหวังผลประโยชน์จากเรา

