เมื่อเวลา 05.30 น.วันที่ 24 มกราคม พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.นันทเดช ย้อยนวล ผบช.ภ.9 พล.ต.ต.กฤษฎา แก้วจันดี รอง ผบช.ภ.9 พล.ต.ต.วัลลภ จำนงษ์อาษา รอง ผบช.ภ.9 และ พล.ต.ต.ตานิตย์ รามดิษฐ์ ผบก.ภ.จว.พัทลุง นำกำลังตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษ บูรณาการร่วมตำรวจ ภ.จว.พัทลุง และ เจ้าหน้าที่ทหาร ฝ่ายปกครองกว่า 840 นาย เข้าตรวจค้นเป้าหมายผู้มีอิทธิพล อาวุธปืนและยาเสพติดกว่า 79 จุด ในพื้นที่ จ.พัทลุง มีเป้าหมายสำคัญเป็นผู้มีอิทธิพล อาวุธปืน และยาเสพติด รวมทั้งเป้าหมายเครือข่าย คดียาเสพติดรายสำคัญของ ไอ้แกล็ก หรือ นายประดิษฐ มุสิกะสงค์ ซึ่งเป็นบุคคลอันตรายต้องหาคดีจำหน่ายยาเสพติดรายใหญ่ ข้อหาพยายามฆ่าเจ้าพนักงานฯ และ ความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน มาแล้วในหลายพื้นที่ ทั้งในพื้น ที่ อ.ปากพะยูน อ.บางแก้ว จ.พัทลุง และ อ.สะเดา จ.สงขลา หลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจไปได้ถึง 4 ครั้ง และทุกครั้งมีการยิงปะทะต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ทุกครั้งเพื่อเปิดทางหลบหนี ซึ่งหลังจากไหวตัวยิงปะทะตำรวจหลบหนีไปได้ ตำรวจเข้าตรวจสอบพื้นที่ภายหลังพบอาวุธปืนสงคราม ปืนพก เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดแบบขว้าง และยาเสพติดอีกจำนวนมาก
พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่าส่วนเป้าหมายอื่นๆ อีกเป็นคดีอาวุธปืน และยาเสพติด ซึ่งพบว่า ในช่วงหลังๆ พื้นที่ จ.พัทลุง เกิดคดีอาชญากรรมที่เกี่ยวเนื่องทั้งผู้มีอิทธิพล อาวุธปืน และยาเสพติดบ่อยครั้ง จึงวางแผนกำหนดเปิดยุทธการฯ ขึ้น เพื่อระดมกวาดล้างอาชญากรรมทำให้สังคมปลอดภัยจับกุมผู้ต้องหา 26 คน ของกลางปืนสั้น 6 กระบอก ปืนยาว 6 กระบอก เครื่องกระสุนปืน 338 นัด ยาบ้า 2,880 เม็ด ยาไอซ์ 11.15 กรัม และกัญชาแห้ง 103.95 กรัม
พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า “การปิดล้อมตรวจค้นเป็นนโยบาย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ที่ต้องการให้ตำรวจสร้างความเชื่อมั่นความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สิน ลดความหวาดระแวงภัยอาชญากรรม ในพื้นที่ จ.พัทลุง หลังจากพบว่า
ช่วงหลังๆ จ.พัทลุง มีคดีที่เกี่ยวข้องกับ ผู้มีอิทธิพล อาวุธปืน และยาเสพติดบ่อยครั้ง โดยเฉพาะรายของ นายแกล็ก หรือ ประดิษฐ มุสิกะสงค์ ถือเป็นบุคคลอันตราย กล้ายิงปะทะต่อสู้ตำรวจ 4 ครั้งในช่วงเดือนนี้ หากปล่อยไว้อาจจะเกิดความไม่ปลอดภัยกับประชาชนคนบริสุทธิ์ได้ จึงได้เปิดปฏิบัติการขึ้นครั้งนี้ เป็นการบูรณาการกำลังร่วมปฏิบัติของหลายหน่วย ขอยืนยันว่าบ้านเมืองมีขื่อมีแป ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย จะทะเลาะกันไล่ยิงกัน โดยไม่เกรงกลัวกฎหมายไม่ได้ ต้องไม่มีอิทธิพลในพื้นที่ และทุกรายที่จับกุมจะมีการขยายผลดำเนินการกับผู้เกี่ยวข้อง เพื่อทำให้พี่น้องชาวพัทลุงรู้สึกเชื่อมั่นและเกิดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินมากที่สุด”

