ส.ต.ต.นรวิชญ์ เตรียมเข้ารับทราบข้อกล่าวหา “ขับเร็วเกิน กม.กำหนด-ขับรถไม่คำนึงถึงความปลอดภัย”
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 29 มกราคม ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. ในฐานะโฆษก บช.น. แถลงความคืบหน้าการดำเนินคดีกับ ส.ต.ต.นรวิชญ์ บัวดก ผบ.หมู่ กองร้อยที่ 2 กองกำกับการ 1 กองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน (กก.1 บก.อคฝ.) ขับขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ดูคาติ ชนแพทย์หญิงวราลัคน์ สุภวัตรจริยากุล หรือหมอกระต่าย จักษุแพทย์ ขณะกำลังเดินข้ามทางม้าลาย จนเป็นเหตุให้เสียชีวิตว่า อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวน และอยู่ระหว่างประสานให้ ส.ต.ต.นรวิชญ์มาพบเพื่อแจ้งข้อหาเพิ่มเติม คือ ขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด และอยู่ระหว่างพิจารณาพยานหลักฐาน เตรียมแจ้งข้อหาขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่นอีกด้วย โดยขณะนี้ ส.ต.ต.นรวิชญ์อยู่ระหว่างลาราชการ คาดว่าจะเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาภายใน 1-2 วันนี้ ทั้งนี้จะมีการเชิญพยานที่เห็นเหตุการณ์และที่อยู่ในเหตุการณ์ รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญต่างๆ ทั้งที่ลงพื้นที่ตรวจความเร็วรถ หน่วยชันสูตรพลิกศพ มาสอบปากคำ นำไปประกอบสำนวน ซึ่งพนักงานสอบสวนจะสรุปสำนวนคดี และส่งตัวผู้ต้องหาให้อัยการเพื่อส่งฟ้องต่อศาลได้ภายในกลางเดือนกุมภาพันธ์
พล.ต.ต.จิรสันต์กล่าวอีกว่า ส่วนประเด็นการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางด้านวินัย พล.ต.ต.จิรสันต์กล่าวว่า สำหรับกรอบระยะเวลาคือ 60 วัน ทราบว่าเมื่อวานนี้ (28 มกราคม) ได้มีการเรียก ส.ต.ต.นรวิชญ์มาสอบปากคำเพิ่มเติม ซึ่งขั้นตอนหลังผู้ต้องหาได้ให้ถ้อยคำนั้น คณะกรรมการก็ได้รวบรวมพยานหลักฐานไว้แล้ว และตามหลักการก็จะเร่งรัดให้ดำเนินการเสร็จสิ้นโดยเร็ว แต่ถ้าต้องรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม ก็สามารถขอขยายเวลาได้อีกครั้งละ 30 วัน ไม่เกิน 2 ครั้ง ซึ่งถือว่าเป็นกรอบตามระเบียบ ทั้งนี้โทษทางวินัยกรณีกระทำโดยประมาท ตามระเบียบจะเป็นวินัยไม่ร้ายแรง ส.ต.ต.นรวิชญ์ก็ยังสามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อได้ แต่การลงทัณฑ์ หากศาลมีคำพิพากษาให้จำคุก และจำคุกจริง โทษสูงสุดก็คือให้ออกจากราชการ อย่างไรก็ตามคดีนี้เป็นเรื่องที่สังคมให้ความสนใจ ผบช.น. ก็ได้มีการเร่งรัดให้ดำเนินการให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว

