เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พล.ต.ต. ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.ภ.2 พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ กิจจาหาญ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี บูรณาการกำลังจับกุม นายพงษ์พันธ์ หรือเปิ้ล ทิพยวัฒน์ อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 277 หมู่ 5 ต.หนองปลิง อ.นิคมน้ำอูน จ.สกลนคร พร้อมของกลาง สร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท 1 เส้น (ได้จากการชิงทรัพย์) อาวุธมีดปลายแหลม 1 เล่ม (ใช้ข่มขู่พนักงาน) ค้อน 1 อัน (ใช้ทุบตู้กระจก) ชุดที่ใส่ก่อเหตุ (เสื้อ กางเกง รองเท้า หมอกกันน็อก) และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ ทะเบียน 2กภ 4961 ชลบุรี (ใช้ก่อเหตุ/หลบหนี) โดยกล่าวหาว่า “ชิงทรัพย์โดยมีอาวุธและโดยใช้ยานพาหนะเพื่อความสะดวกแก่การกระทำความผิดและพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม” ได้ที่ ห้องเช่าเลขที่ 224/22 หมู่ 6 ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 31 ม.ค. เวลาประมาณ 15.35 น. มีคนร้ายเป็นชาย 1 คน สวมหมวกกันน็อกสีฟ้าปิดบังใบหน้า ขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนมาจอดริมถนนหน้าโรงรับจำนำแม่วรรณีสาขา 4 เลขที่ 253 หมู่ 5 ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี แล้ว เดินเข้าไปในโรงรับจำนำ ใช้อาวุธมีด ข่มขู่ผู้ดูแลร้านทั้งสองคน จนต้องหลบหนีเข้าไปด้านหลังร้าน หลังจากนั้นคนร้ายใช้ค้อนทุบตู้กระจกที่เก็บทอง และนำสร้อยคอทองคำหนัก 3 บาท จำนวน 3 เส้น และหนัก 2 บาท จำนวน 2 เส้น รวม 5 เส้น น้ำหนักรวม 13 บาท มูลค่าประมาณ 320,000 บาท ขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป
ภายหลังเกิดเหตุ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.ภ.2 สั่งการ พล.ต.ต.ธีรเดช ร่วมกับ พ.ต.อ.ศักดิ์ชาย สุวรรณนุกูล ผกก.สภ.ศรีราชา และ ภ.จว.ชลบุรี สืบสวนหาตัวคนร้าย โดยตรวจสอบกล้องวงจรปิดเส้นทางของคนร้ายทั้งก่อนและหลังเกิดเหตุอย่างละเอียด พบว่าทั้งก่อนและหลังเกิดเหตุคนร้ายขับขี่รถจยย.หลบหนีเข้าไปภายในซอย ศรีราชา-หนองค้อ 93/2 หมู่ 6 ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จึงตรวจสอบภายในซอยดังกล่าว พบรถจยย.ซึ่งตรงกับรถที่ก่อเหตุ จอดอยู่หน้าห้องเช่าเลขที่ดังกล่าวพบร่องรอยการถอดแผ่นป้ายทะเบียน จึงขอตรวจค้นพบ นายพงษ์พันธ์ผู้ครอบครองห้องดังกล่าว สอบถามนายพงษ์พันธ์ ให้การวกวนและมีพิรุธ ต่อมารับสารภาพว่าตนเป็นคนร้ายที่ก่อเหตุชิงทรัพย์ดังกล่าวจริง และนำพาเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจยึดของกลางที่ใช้กระทำความผิดทั้งหมด นำส่ง สภ.ศรีราชา ดำเนินคดี
สอบถาม นายพงษ์พันธ์ ยอมรับว่าหลังก่อเหตุนำทองบางส่วนไปขายที่ร้านทองแห่งหนึ่งแถวๆ ต.หนองขาม อ.ศรีราชา ได้เงินมา 53,000 บาท และใช้จ่ายจนหมด เหลือทองหนัก 2 บาท เพียง 1 เส้น ที่ตรวจยึดส่วนมูลเหตุแห่งการก่อเหตุครั้งนี้ เนื่องจากติดหนี้เพื่อนประมาณ 8,000-9,000 บาท

