เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยภายหลังประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านความปลอดภัยของอาหาร ร่วมกับอธิบดีกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คณบดีคณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ อธิบดีกรมอนามัย ผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช หรือไทยแพน ว่า จากการหารือได้ข้อสรุปร่วมกันว่า ผัก-ผลไม้ที่แต่ละหน่วยงานไปสุ่มตรวจและพบว่ามีสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้าง จะต้องนำมาพิจารณาร่วมกันให้ชัดเจนอีกครั้ง เนื่องจากวิธีการเก็บตัวอย่างและวิธีการตรวจมีความแตกต่างกัน เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับข้อมูลที่ถูกต้องที่สุด
“อย่างไรก็ตาม ประชาชนไม่ต้องกังวลใจ หากรับประทานในปริมาณที่พอดี ไม่มากเกินไป และหลากหลายชนิด หมุนเวียนกันไป รวมทั้งล้างผัก-ผลไม้ให้สะอาดก่อนนำมารับประทานหรือปรุงอาหาร ไม่ว่าจะด้วยวิธีการล้างน้ำไหลผ่าน น้ำผสมน้ำส้มสายชู หรือน้ำผสมเบกกิ้งโซดา ก็จะช่วยลดปริมาณสารตกค้างได้” นพ.ปิยะสกลกล่าวและว่า ได้มอบหมายให้อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวบรวมวิเคราะห์ข้อมูลสารพิษตกค้างที่พบมาก เพื่อนำมากำหนดมาตรการในการควบคุมสารกำจัดศัตรูพืชที่ไม่ควรใช้ในประเทศไทย กำหนดวิธีการตรวจที่มีมาตรฐาน รวมทั้งจัดทำคำแนะนำให้ประชาชน โดยให้รายงานความคืบหน้าในอีก 15 วัน
ด้าน นพ.สุขุม กาญจนพิมาย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพัฒนาศักยภาพห้องปฏิบัติการตรวจสารเคมีตกค้างในผัก-ผลไม้ ซึ่งขณะนี้ตรวจได้ 280 ชนิด จะใช้เครื่องตรวจเครื่องใหม่ที่สามารถตรวจได้ 500 ชนิดเช่นเดียวกับห้องปฏิบัติการที่ประเทศอังกฤษ และร่วมกันวิเคราะห์สารที่มีปัญหาตกค้างสูง เพื่อติดตามเฝ้าระวังอย่างเข้มข้นและหาวิธีการแก้ไขปัญหาร่วมกัน รวมทั้งกำหนดวิธีการตรวจที่มีมาตรฐานเดียวกัน ให้เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย ลดความสับสนของข้อมูล

