เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 2 กุมภาพันธ์ ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พานายประสาท แรงทอง อายุ 53 ปี เข้าพบ พ.ต.ต.เอกรัตน์ ขวัญฤกษ์ สว.(สอบสวน) กก.3.บก.ป. เพื่อขอให้โอนคดีจาก สภ.สังขะ จ.สุรินทร์ มาให้ตำรวจ บก.ป. สืบสวนข้อเท็จจริง กรณีถูกผู้เสียหายกับพวกสร้างเรื่องแจ้งความเท็จและร่วมกันเป็นพยานเท็จดำเนินคดีที่ สภ.สังขะ จ.สุรินทร์ ในข้อหามิได้มีเจตนาฆ่าแต่ทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย เพื่อมุ่งหวังเงินจากนายประสาท ซึ่งถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 17 มกราคม 2563 จำนวนเงิน 6 ล้านบาท
นายประสาทเปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2564 ไปงานศพญาติที่หมู่บ้านพูนทราย ต.บ้านขบ อ.สังขะ จ.สุรินทร์ โดยไม่ได้รู้จักกับผู้เสียชีวิต รู้เพียงว่าพ่อแม่ของผู้เสียชีวิตเป็นคนในหมู่บ้านเดียวกัน หลังเสร็จธุระก็เดินทางกลับบ้านที่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ต่อมาตนพบว่า สภ.สังขะ จ.สุรินทร์ ได้แจ้งข้อกล่าวหากับตนว่า น.ส.เพียงเพ็ญ วงธานี กับพวก แจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับตน ในข้อหามิได้มีเจตนาฆ่า แต่ทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย เนื่องจากตนทำร้ายร่างกายผู้เสียชีวิตในวันที่ 19 ธันวาคม 2564 ตนจึงเดินทางไปพบพนักงานสอบสวน และนำหลักฐานไปชี้แจง แต่ก็ยังถูกแจ้งข้อหา
นายประสาทกล่าวต่อว่า ได้ออกเดินทางกลับจากงานศพช่วงเวลาประมาณเที่ยงของวันที่ 19 ธันวาคม 2564 และถึงอำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เวลา 19.00 น. ซึ่งกล้องวงจรปิดที่ด่านประโคมชัย จ.บุรีรัมย์ จับภาพทะเบียนรถของตนขณะผ่ายด่านได้ในเวลา 13.44 น. และผ่านด่านวังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา เวลา 16.19 น. เป็นหลักฐานยืนยันได้ว่าตนเองไม่สามารถลงมือทำร้ายผู้เสียชีวิตตอนเวลาประมาณ 14.00 น.ได้ เพราะไม่ได้อยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ ทั้งนี้ หลายคนทราบว่าตนถูกรางวัลที่หนึ่ง แต่ไม่เคยมีใครมาขอเงินและไม่เคยมีเหตุโกรธเคืองกับใครมาก่อน
ขณะที่ นายอัจฉริยะเปิดเผยว่า นอกจากนี้ยังมีหลักฐานเป็นคลิปวิดีโอของผู้เสียชีวิต ขณะกำลังรักษาตัว โดยมีอาการเพ้อว่าจะไปฆ่าวัว แต่ไม่มีการกล่าวถึงว่านายประสาทเป็นผู้ที่ถูกทำร้าย และผลชันสูตรของแพทย์ก็ไม่ได้ระบุร่องรอยการถูกทำร้ายแต่อย่างใด แต่เป็นการเสียชีวิตจากปอดติดเชื้อและตับอักเสบรุนแรง ซึ่งมีข้อมูลว่าผู้เสียชีวิตถูกวัวชน อีกทั้งพยานของฝ่ายผู้แจ้งความ ก็ไม่น่าเชื่อถือ ให้การไม่ตรงกัน และอีกรายก็สติไม่สมประกอบ ทั้งนี้ ส่วนตัวเชื่อว่าขบวนการปั้นพยานครั้งนี้มีผู้ใหญ่บ้านและตำรวจอยู่เบื้องหลัง เพื่อหวังให้นายประสาทนำเงินที่ถูกรางวัลมาเยียวยาให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิต เพราะตำรวจ สภ.สังขะ ไม่มีการตรวจพยานหลักฐานของนายประสาทแต่อย่างใด จึงต้องการให้ตำรวจกองปราบรับโอนคดีนี้ เพราะเกรงว่านายประสาทจะไม่ได้รับความเป็นธรรม

