อธิบดีกรมควบคุมโรค แจงคำแนะนำฉีดวัคซีนโควิดในเด็ก-บูสต์ไฟเซอร์
เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงประเด็นความกังวลของผู้ปกครองที่ลูกหลานป่วย 7 กลุ่มโรค ในช่วงอายุ 5 ปีขึ้นไป ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ชนิดใดระหว่างซิโนแวคหรือไฟเซอร์ว่า หากกังวลเรื่องนี้ ขอให้ผู้ปกครองปรึกษากุมารแพทย์
“ยิ่งเด็กป่วย 7 กลุ่มโรค หมอประจำจะทราบว่าสุขภาพเป็นอย่างไร เรามีทางเลือกอยู่ โดยเด็กเราให้ความยืดหยุ่น ซึ่งผู้ปกครองก็มี 2 ฝั่ง ฝั่งหนึ่งมั่นใจ mRNA อีกด้านมั่นใจวัคซีนเชื้อตาย จึงขอให้ปรึกษากับแพทย์ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น กรณีซิโนแวคต้องรอให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) อนุมัติก่อน หากอนุมัติก็จะสามารถฉีดได้ตั้งแต่เด็กอายุ 3 ขวบขึ้นไป” นพ.โอภาสกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีมีผู้สงสัยว่า สำหรับผู้ใหญ่ควรฉีดไฟเซอร์แบบใดระหว่าง 3 ทางเลือก คือ ฉีดเข้ากล้ามเนื้อขนาดปกติ 30 ไมโครกรัมต่อโดส (เต็มโดส) ฉีดเข้ากล้ามเนื้อขนาดครึ่งโดส หรือ 15 ไมโครกรัมต่อโดส และฉีดเข้าในชั้นผิวหนัง ขนาด 10 ไมโครกรัมต่อโดส นพ.โอภาสกล่าวว่า ทุกอย่างใช้ได้หมด ข้อมูลในเชิงวิจัยได้ผลพอๆ กัน แต่หากถามในระยะยาว วันนี้ยังมีข้อมูลไม่มากพอ
“โดยทั่วไปตามหลักการ แนะนำเต็มโดส แต่ถ้าหากคุณหมอ หรือประชาชนอยากฉีดครึ่งโดส หรือเข้าชั้นผิวหนัง เราก็ไม่ห้าม และจากข้อมูลก็สามารถอนุญาตให้ฉีดได้ จริงๆ 3 ทางเลือก กรณีฉีดไฟเซอร์ฉีดได้หมด อยู่ที่ดุลพินิจของแพทย์และประชาชน เพราะบางคนก็อยากฉีดเข้าชั้นผิวหนัง บางคนอยากฉีดครึ่งโดส อย่างไรก็ตาม สำหรับคำแนะนำของ สธ.นั้น ยังแนะนำเต็มโดส แต่ทุกตัวก็เพิ่มภูมิคุ้มกันทั้งหมด แต่ระยะยาวข้อมูลยังมีไม่มากพอ” นพ.โอภาสกล่าว

