วันที่ 10 ตุลาคม กลุ่มชาติพันธ์ุคะฉิ่นและแนวร่วมจากชนเผ่าชาวเมียนมา ที่ทำงานและอาศัยในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ นำโดยนายหน่อคำ และนายหน่อหล่น ชาวคะฉิ่น พร้อมนายแสงเมือง มังกร ชาวไทยใหญ่จำนวน 50 คน รวมตัวกันที่หน้าสถานกงสุลใหญ่สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ประจำจังหวัดเชียงใหม่ เลขที่ 9/4 ถนนหัสดิเสวี ต.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ เพื่อยื่นหนังสือต่อสถานกงสุลเมียนมา เรียกร้องให้กองกำลังทหารเมียนมายุติการโจมตีในเขตพื้นที่รัฐคะฉิ่นและรัฐอื่นๆ
โดยแกนนำได้อ่านแถลงการณ์ข้อเรียกร้องรวม 6 ข้อ คือ ขอให้กองทัพเมียนมายุติสงครามในเขตรัฐคะฉิ่น ในเขตรัฐฉานตอนเหนือ ที่หมู่บ้านพู่หวาง กองกำลังทหารเมียนมาเข้าโจมตีทำให้เด็กอายุ 2 ขวบเสียชีวิตและมีชาวบ้านได้รับบาดเจ็บสาหัสจำนวน 2 คน ขอให้กองกำลังทหารเมียนมารับผิดชอบต่อกรณีเด็กที่เสียชีวิตจากสงครามในครั้งนี้ ชาวคะฉิ่นขอเรียกร้องให้นางออง ซาน ซูจี แกนนำรัฐบาลเมียนมา ซึ่งได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ สั่งให้กองทัพเมียนมายุติการโจมตีต่อกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ขอให้รัฐบาลเมียนมาอนุญาต อำนวยความสะดวกต่อองค์กรหน่วยงานที่จะเข้าไปให้ความช่วยเหลือผู้อพยพภัยสงครามในเขตรัฐคะฉิ่น และขอให้รัฐบาลเมียนมาให้ความช่วยเหลือ สนับสนุน ต่อผู้อพยพภัยสงครามที่จะกลับสู่มาตุภูมิด้วยความปลอดภัย
นายหน่อคำ ตัวแทนกลุ่มชาติพันธ์ุ เปิดเผยว่า กองทัพเมียนมาลำเลียงอาวุธหนัก พร้อมเครื่องบินเข้าโจมตีในเขตรัฐคะฉิ่นมาอย่างต่อเนื่องตลอด 5 ปีที่ผ่านมา และทวีความรุนแรงมากขึ้น แม้ว่าจะมีการประชุมครบรอบศตวรรษ 21 ของสัญญาปางโหลง เมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งชาวคะฉิ่นมีความหวังว่าสงครามจะยุติ แต่กลับทวีความรุนแรงและส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพยสินของประชาชนชาวคะฉิ่นมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม แกนนำกลุ่มชาติพันธุ์ได้นำจดหมายข้อเรียกร้องหย่อนใส่ตู้รับจดหมาย เนื่องจากไม่มีเจ้าหน้าที่กงสุลออกมารับหนังสือแต่อย่างใด และก่อนเดินทางกลับทั้งหมดได้ร่วมกันยืนไว้อาลัยและร้องเพลงของคะฉิ่น ท่ามกลางความสนใจของสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ

