วันที่ 11 ตุลาคม จากกรณีภาคประชาชนได้ยื่นกับอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น พร้อมร้องกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง ป.ป.ช.กาฬสินธุ์ สตง.กาฬสินธุ์ กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย จ.กาฬสินธุ์ สำนักงานท้องถิ่น จ.กาฬสินธุ์ ศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์ และ ป.ป.ท. โดยอ้างว่าผู้บริหารและปลัด อบต.สามัคคี ร่วมกันดำเนินโครงการซ่อมแซมถนนลูกรัง ส่อไปในทางทุจริต และยังมีโครงการประปาตั้งแต่ปี 2552-2559 งบประมาณกว่า 20 ล้านบาท ซึ่ง ปปช. สตง.ได้ดำเนินการสืบสวนและทางอำเภอร่องคำได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงแต่ผลการสอบยังไม่แล้วเสร็จ ล่าสุด นายพงควัฒน์ กมลเลิศ สมาชิก อบต.สามัคคี พร้อมด้วยคณะกรรมการสภา อบต.สามัคคี และชาวบ้านได้รวมตัวกันเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบถนนลูกรังเพิ่มเติมบริเวณรอบบ้านโคกสำราญ หมู่ 2
ชาวบ้านระบุว่า ถนนลูกรังเส้นรอบหมู่บ้านเป็นหนึ่งในโครงการซ่อมแซมถนนลูกรังขอ งอบต.สามัคคี โดยได้ดำเนินการซ่อมในปี 2556-2558 รวม 3 ครั้ง เฉลี่ยงบประมาณครั้งละ 98,000 บาท แต่กลับไม่มีหินลูกรัง ทำให้ถนนบางจุดมีแต่ดินและหญ้าขึ้นรกรุงรังเป็นทางยางหลายสิบเมตร ซึ่งชาวบ้านยังระบุอีกว่าการดำเนินการซ่อมถนนลูกรังทั้ง 3 ครั้ง มีการนำหินลูกรังมาเทแล้วเกรดเพียง 26 คันรถเท่านั้น จากที่ 3 โครงการ ซึ่งรวมงบประมาณกว่า 3 แสนบาท จะต้องได้หินลูกรังอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 300 คันรถ
ด้านนายสุภัทรชัย หันจรัส ประธานสภา อบต.สามัคคี กล่าวว่า นอกจากการตรวจสอบของคณะกรรมการสภา อบต.สามัคคีจะพบโครงการซ่อมแซมถนนลูกรังของ อบต.สามัคคี ส่อไปในทางทุจริตและประพฤติมิชอบหลายโครงการ ซึ่งมีทั้งการเลี่ยงเข้าชี้แจงต่อที่ประชุม มีการเลี่ยงการจัดซื้อจัดจ้าง การประมูลแข่งขันขันราคา เป็นการตกลงราคาจ้างไม่เกิน 1 แสนบาท และมีบริษัทรับเหมาเพียง 3 ห้างเท่านั้นที่รับงานมาโดยตลอด ไม่มีประกันสัญญาจ้าง ไม่มีช่างคุมงาน มีโครงการผีจริง คือไม่มีถนน แต่มีการเบิกจ่ายเงิน อีกทั้งถนนบางสาย ซึ่งใช้งบประมาณในการซ่อมเฉลี่ย 9 หมื่นบาท ซึ่งที่จริงจะได้หินลูกรังไปซ่อมประมาณ 100 คัน และล่าสุดพบว่าถนนลูกรังรอบบ้านโคกสำราญ หมู่ 2 ซึ่งมีการตั้งงบประมาณซ่อมแซม 3 ปี รวม 3 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2556-2558 เฉลี่ยงบประมาณโครงการละ 98,000 บาท แต่ปัจจุบันสภาพถนนมีแต่ดิน ไม่มีหินลูกรัง บางจุดมีทั้งดิน และหญ้าขึ้นรกรุงรัง ซึ่งจากการสอบถามชาวบ้านและสมาชิก อบต. พบว่ามีการนำหินลูกรังไปเทแล้วเกรดใน 3 โครงการนี้เพียง 26 คันรถเท่านั้น จากที่ความจริงงบประมาณกว่า 3 แสนบาท จะได้หินอย่างน้อย 300 คันรถ ดังนั้น จึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบเพิ่มเติมและดำเนินการเอาผิดกับผู้เกี่ยวข้องด้วย

ด้านนายณัฐภัทร สุวรรณประทีป ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า หลังจากมีประชาชนได้ยื่นหนังสือกับตนและอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น พร้อมทั้งยื่นเรื่องไปหลายหน่วยงาน เนื่องจากต้องการให้ตรวจสอบนั้น ขณะนี้ตนได้สั่งการให้ น.ส.ณัฐชยา ช่างแกะ ท้องถิ่น จ.กาฬสินธุ์ ตั้งคณะกรรมการระดับจังหวัดขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงอีก 1 ชุด ซึ่งมีเจ้าหน้าที่จากคลังจังหวัด ท้องถิ่นจังหวัดและโยธาธิการจังหวัด เพื่อลงพื้นที่เข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยแยกการทำงานกันกับคณะกรรมการของระดับอำเภอ ซึ่งจะต้องเร่งรัดตรวจสอบและสรุปผลการตรวจสอบรายงานเข้ามาโดยเร็วที่สุด เพื่อความกระจ่างชัด แต่จะต้องตรวจสอบอย่างรอบคอบและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทั้งนี้ หากผลการตรวจสอบพบว่ามีการทำผิดกฎระเบียบ หรือมีการทุจริต และประพฤติมิชอบจริง ก็จะต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายทันที โดยไม่มีข้อยกเว้น เพราะถือว่าเป็นการกระทำผิด
ขณะที่ น.ส.ณัฐชยากล่าวว่า สำหรับคณะกรรมการระดับจังหวัดชุดนี้ จะทำงานตรวจสอบ โดยแยกกันทำงานกับคณะกรรมการระดับอำเภอ ซึ่งจะเน้นการตรวจสอบในประเด็นที่ถูกประชาชนร้องเรียน ทั้งเรื่องการตั้งงบประมาณซ่อมแซมถนนลูกรังซ้ำซ้อนกับ อบจ.กาฬสินธุ์ ตั้งฎีกาเบิกเงินแต่ไม่มีถนน การซ่อมถนนแต่ไม่มีหินลูกรัง การปลอมลายเซ็นผู้ใหญ่บ้าน และราคาของหินลูกรังแพงเกินจริง ซึ่งคณะกรรมการและท้องถิ่นจังหวัดจะประสานไปยัง สตง.กาฬสินธุ์ และ ป.ป.ช.กาฬสินธุ์ เพื่อร่วมขอเข้าตรวจสอบเอกสารที่ทั้ง 2 หน่วยงานกำลังตรวจสอบอยู่ขณะนี้ คาดว่าผลการตรวจสอบน่าจะสรุปผลได้ในเร็วๆ นี้ เนื่องจากเรื่องดังกล่าวถือเป็นนโยบายของรัฐบาล ที่กำลังป้องกันปราบปรามการทุจริต คอร์รัปชั่น และเป็นเรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจอย่างมากอีกด้วย

