กรมน้ำบาดาลเปิด 7 กิจกรรม ‘เป่า ล้าง ซ่อม เสริม’ เดินหน้าแก้ปัญหา‘น้ำกิน-น้ำใช้’
ทราบหรือไม่ว่า คนไทยเราทนใช้น้ำคุณภาพต่ำมาเกือบตลอดชั่วอายุคน ทำให้ร่างกายรับสารพิษที่ปนเปื้อนมากับน้ำประปา ไม่ว่าจะเป็นสารพิษจำพวกสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ยาฆ่าหญ้า ยาฆ่าแมลงปุ๋ย ที่เป็นต้นกำเนิดของไนเตรต ทำให้ร่างกายดูดซึมสารพิษผ่านผิวหนังจากการอาบน้ำ ผ่านระบบทางเดินอาหารจากการกินหรือดื่ม ผ่านระบบการหายใจจากการสูดดม
เป็นสาเหตุให้เกิดการเจ็บป่วย ต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล รัฐบาลก็ต้องสูญเสียเงินงบประมาณมหาศาลในแต่ละปีเพื่อรักษาชาวบ้านที่เป็นโรคเหล่านี้

นอกจากนี้ นโยบายของโลกตามเป้าหมาย Sustainable Development Goal (SDG 2030) ที่กำหนดให้ประชาชนทั่วโลกมีสิทธิเข้าถึงน้ำสะอาดในการอุปโภคบริโภคในราคาที่สามารถจ่ายได้ ภายในปี 2573
โดยข้อกำหนดนี้เป็นเป้าหมายหลักของทุกรัฐบาล แต่เนื่องจากประเทศไทยยังขาดการขับเคลื่อนโดยหน่วยงานภาครัฐที่เอาจริงเอาจังกับการแก้ไขปัญหานี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยกรมทรัพยากรน้ำบาดาล จึงตั้งเป้าที่จะช่วยรัฐบาลขับเคลื่อนภารกิจนี้อย่างเป็นรูปธรรม และให้สำเร็จตามเป้าหมายของ SDG 2030 โดยเร็ว

นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล เปิดเผยว่า กรมทรัพยากรน้ำบาดาล มีนโยบายที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนให้สามารถผ่านพ้นความทุกข์ยากจากปัญหาภัยแล้งและการขาดแคลนน้ำที่กระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ โดยมีเป้าหมายว่า ทุกพื้นที่ของประเทศไทยต้องมีน้ำกินน้ำใช้ไม่ขาดแคลน ซึ่งจะขับเคลื่อนภารกิจในรูปแบบของกิจกรรมเพื่อประชาชน รวม 7 กิจกรรม ดังนี้
กิจกรรมที่ 1 ตรวจคุณภาพน้ำของระบบประปาหมู่บ้านทั่วประเทศ ทั้งที่ใช้น้ำต้นทุนจากแหล่งน้ำบาดาลหรือน้ำผิวดิน เพื่อให้ทราบถึงคุณภาพของน้ำประปาว่าผ่านเกณฑ์มาตรฐานที่องค์การอนามัยโลก (World Health Organization) กำหนดไว้หรือไม่ โดยกรมทรัพยากรน้ำบาดาลมีกองวิเคราะห์น้ำบาดาลที่สามารถตรวจและวิเคราะห์คุณภาพน้ำบาดาลและน้ำผิวดินที่มีมาตรฐาน มีเครื่องมือที่ทันสมัย และสามารถจัดชุดวิเคราะห์น้ำเคลื่อนที่เพื่อไปบริการประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่ามีน้ำสะอาดตามมาตรฐานองค์การอนามัยโลกไว้ใช้ในการอุปโภคและบริโภคอย่างเพียงพอตลอดทั้งปี

กิจกรรมที่ 2 ติดตั้งจุดบริการน้ำดื่มสะอาดฟรี ประชาชนสามารถนำภาชนะมารองรับแล้วนำไปใช้ ดื่มได้ เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อน้ำดื่มของคนไทยทั่วประเทศ ซึ่งหากวิเคราะห์ในเชิงลึก จะพบว่าประชาชนคนไทยเสียเงินเพื่อซื้อน้ำดื่มโดยเฉลี่ย 10 บาทต่อคนต่อวัน หากครอบครัวใดมีสมาชิก 5 คนในวันหนึ่งจะเสียเงินซื้อน้ำดื่มวันละ 50 บาท หรือ 18,000 บาทต่อปี หากติดตั้งจุดบริการน้ำดื่มสะอาดฟรีทั่วประเทศ จะทำให้ชาวบ้านประหยัดเงินได้มหาศาลในแต่ละปี
กิจกรรมที่ 3 เป่าล้างทำความสะอาดบ่อน้ำบาดาลที่มีอายุการใช้งานเกิน 5 ปี เนื่องจากบ่อน้ำบาดาลเมื่อมีการใช้งานไปนานๆ จะเกิดตะกอนตกค้างอยู่ในบ่อน้ำบาดาล ทำให้ประสิทธิภาพของบ่อน้ำบาดาลลดลง และคุณภาพของน้ำบาดาลแย่ลง จึงจำเป็นที่จะต้องมีการเป่าล้างทำความสะอาดบ่อน้ำบาดาลเป็นประจำทุกปี เพื่อให้บ่อน้ำบาดาลดังกล่าวสามารถกลับมามีประสิทธิภาพดังเดิมได้
กิจกรรมที่ 4 เจาะบ่อน้ำบาดาลเสริม ในกรณีที่ระบบประปาที่ใช้น้ำจากน้ำผิวดิน พอถึงช่วงหน้าแล้งน้ำในสระอาจจะแห้งขอด ทำให้ไม่มีน้ำดิบในการผลิตประปา ดังนั้น ควรจะมีการเจาะบ่อน้ำบาดาลในบริเวณดังกล่าวเพื่อเสริมความมั่นคงให้กับระบบประปาเดิม หรืออาจจะเปลี่ยนมาใช้น้ำบาดาลเป็นแหล่งน้ำหลักสำหรับระบบประปาเดิมไปเลยก็ได้ หากคุณภาพและปริมาณของน้ำบาดาลมีความเหมาะสม และท้องถิ่นมีความพร้อมในการบริหารจัดการ

กิจกรรมที่ 5 ซ่อมแซมระบบประปาที่ใช้แหล่งน้ำดิบจากบ่อน้ำบาดาล เนื่องจากระบบประปาบาดาลมีความละเอียดซับซ้อน และมีข้อปลีกย่อยเยอะในการบำรุงรักษา บางครั้งผู้ดูแลระบบไม่เข้าใจ จึงไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ โดยกรมทรัพยากรน้ำบาดาลจะจัดหน่วยซ่อมเคลื่อนที่เร็วเพื่อให้บริการประชาชนในฤดูแล้งนี้ และประชาชนจะได้มั่นใจว่ามีน้ำสะอาดใช้ตลอดเวลา
กิจกรรมที่ 6 จัดฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลระบบประปาบาดาลทั่วประเทศ เพื่อสร้างองค์ความรู้และเสริมประสิทธิภาพด้านการดูแลรักษาระบบประปาบาดาลทั่วประเทศ ซึ่งจำเป็นต้องมีช่างท้องถิ่นที่มีความรู้ ความสามารถ และเข้าใจระบบ สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที โดยกรมทรัพยากรน้ำบาดาลจะจัดฝึกอบรมให้กับช่างหรือคนที่มีหน้าที่ดูแลรักษาระบบประปาบาดาลทั่วประเทศ โดยจะมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิบรรยายให้ความรู้และคำแนะนำทั้งภาคทฤษฎีและการปฏิบัติงานจริง พร้อมทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้คำปรึกษาได้ตลอดหลักสูตร ผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมจะสามารถนำความรู้ไปใช้ในการดูแลรักษาระบบต่อไป
กิจกรรมที่ 7 อนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรน้ำบาดาล โดยการเติมน้ำลงสู่ชั้นน้ำบาดาลผ่านระบบสระ ร่อง หรือบ่อวงเติมน้ำ เพื่อเป็นการรักษาสมดุลของระบบน้ำบาดาล และระบบนิเวศใต้ดิน ให้ดำรงอยู่กับประชาชนคนไทยชั่วลูกชั่วหลานต่อไปในอนาคต
หากประชาชน หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีความประสงค์จะเข้าร่วมโครงการทั้ง 7 กิจกรรม สามารถแจ้งความประสงค์ผ่านระบบออนไลน์ของกรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้ที่ http://1310.dgr.go.th

