ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม ที่ห้องประชุมชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ นายณัฐภัทร สุวรรณปะทีป ผวจ.กาฬสินธุ์ เป็นประธานประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินถล่มระดับจังหวัด โดยมีเจ้าหน้าหน้าป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ฝ่ายบริหารจัดการน้ำ นายอำเภอ ผู้บริหารท้องถิ่น ร่วมประชุม
นายณัฐภัทร สุวรรณประทีป ผวจ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมในขณะนี้ พื้นที่หลายจังหวัดได้รับความเสียหาย สำหรับพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์มวลน้ำจากแม่น้ำชี ซึ่งมีต้นน้ำจาก จ.ชัยภูมิ และเขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น จะไหลมาถึงพื้นที่ด้านล่างของ จ.กาฬสินธุ์ โดยมวลน้ำดังกล่าวจะเพิ่มระดับและความแรงตามปริมาณ ซึ่งจะส่งผลให้ปริมาณน้ำชี และลำปาวหนุนเพิ่มสูงขึ้นอีก 50 ซม.- 1 เมตร บางจุดที่เป็นพื้นที่ต่ำ ส่งผลทำให้เกิดภาวะน้ำล้นตลิ่งและน้ำเอ่อท่วมนาข้าวใน 3 อำเภอแล้ว ประกอบด้วย อ.ฆ้องชัย ประมาณ 500 ไร่ อ.ร่องคำ ประมาณ 443 ไร่ และ อ.กมลาไสยอีกประมาณ 1,300 ไร่ รวม 2,243 ไร่ ทั้งนี้ จากการติดตามสถานการณ์น้ำในแม่น้ำชี พบว่ามวลน้ำที่ไหลมาจาก จ.ชัยภูมิ ได้เข้าถึงเขต จ.ขอนแก่นแล้ว และกำลังมาถึงพื้นที่ จ.มหาสารคาม ซึ่งคาดว่าจะไหลมาเข้าพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ ในเขต อ.ฆ้องชัยในอีก 3 วัน

นายณัฐภัทรกล่าวอีกว่า เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือ จึงได้เรียกประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินถล่มระดับจังหวัด เพื่อเตรียมความพร้อมทั้งบุคลากร อุปกรณ์ช่วยเหลือ อุปกรณ์สื่อสาร โดยพื้นที่เสี่ยงภัยจะต้องการเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากระดับน้ำได้ไหลทะลักเพิ่มระดับความสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ หากรับมือไม่ไหวหรือท่วมรุนแรงก็พร้อมจะประกาศภัยพิบัติ แต่ตอนนี้ยังอยู่ในการเฝ้าระวังอย่างเข้มข้น
อย่างไรก็ตาม สำหรับปริมาณน้ำที่เขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ มีรายงานว่ามีปริมาณน้ำอยู่ที่ 1,155.90 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 58.38% สามารถรองรับน้ำได้อีก 824.1 ล้าน ลบ.ม.หรือ 41.62% ระบายน้ำวันละ 2.6 ล้าน ลบ.ม. ขณะที่อ่างเก็บน้ำขนาดเล็กและขนาดกลาง 18 แห่ง มีปริมาณน้ำในอ่างโดยเฉลี่ยกว่า 80% ซึ่งสถานการณ์ยังไม่น่าเป็นห่วง


