กองปราบลุยค้น 14 จุด ตรัง-ภูเก็ต-กทม. ล้างบางเครือข่าย ‘แดง ศรีเทพ’ ฆ่าทวงเงินยานรก

8.02.22 | 09:16 น.

กองปราบลุยค้น 14 จุด ตรัง-ภูเก็ต ล้างบางเครือข่ายยาเสพติด ‘แดง ศรีเทพ’ ฆ่าทวงเงินยานรก

เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 8 กุมภาพันธ์ พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผู้บังคับการกองปราบปราม (ผบก.ป.) พร้อมด้วย พ.ต.อ.พัฒนศักดิ์ บุปผาสุวรรณ รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว ผกก.6 บก.ป. เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ กก.6 บก.ป. เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษหนุมานกองปราบ ภ.จว.ตรัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เปิดปฏิบัติการสอบสวนกลางปราบปรามองค์กรยาเสพติด “ฆ่าทวงเงินยานรก” ปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 14 จุด แบ่งเป็น พื้นที่ จ.ตรัง 10 จุด จ.ภูเก็ต 3 จุด และ กทม. 1 จุด เพื่อไล่ล่าจับกุมผู้ต้องหากลุ่มขบวนการยาเสพติดเครือข่าย “แดง ศรีเทพ” จำนวน 7 หมายจับ


โดยเป้าหมายสำคัญในการเข้าตรวจค้นครั้งนี้อยู่ที่บ้านหลังหนึ่งใน ต.โคกหล่อ อ.เมือง จ.ตรัง บ้านพักของ นายจํารัส หนูฉ้ง ผู้ต้องหาคนสำคัญของเครือข่ายดังกล่าว ทำหน้าที่เป็นมือปืนฆ่าทวงหนี้ยาเสพติด จากการเข้าตรวจค้นเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวนายจำรัสได้ตามหมายจับของศาลอาญา กรุงเทพฯ

ปฏิบัติการดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 29 ม.ค.2564 ได้มีกลุ่มคนร้ายบุกใช้อาวุธปืนพกสั้นยิง นายสุชาติ หรือปู สุนทร อายุ 48 ปี จนเสียชีวิตคาบ้านพัก โดยมีมูลเหตุการสังหารมาจากการฆ่าทวงเงินค่ายาเสพติด เนื่องจากผู้ตายติดค้างเงินค่ายาเสพติด นายสมหมาย หรือแดง ศรีเทพ พ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ ในพื้นที่ จ.ตรัง ซึ่งมีประวัติก่อเหตุคดีอุกฉกรรจ์ และมีหมายจับคดียาเสพติดมากมายหลายคดี ปัจจุบันได้หลบซ่อนตัวอยู่ตามพื้นที่ชายแดนประเทศไทยติดกับประเทศเมียนมา บริเวณ จ.เชียงราย

Advertisement

โดยแนวทางสืบสวนพบว่า นายสมหมายได้จ้างวานให้กลุ่มมือปืนนำโดย นายจำรัส ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ลงมือก่อเหตุ โดยมีการวางแผนตระเตรียมการมาเป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม เนื่องด้วยการกระทําของกลุ่มคนร้ายเป็นการกระทําที่อุกอาจ ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ประกอบกับมีผู้มีอิทธิพลคอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง สร้างความหวาดกลัวให้ชาวบ้านในพื้นที่ และคดีมีความยุ่งยากสลับซับซ้อน เกี่ยวพันกันหลายท้องที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงได้อนุมัติโอนสํานวนให้ บก.ป.ดําเนินการสืบสวนสอบสวนจนกระทั่งสามารถรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลอาญาออกหมายจับนายสมหมาย และพวก

สำหรับเครือข่ายยาเสพติดดังกล่าว จากแนวทางสืบสวนพบว่ามีการทำกันเป็นองค์กรขนาดใหญ่ โดยมีนายสมหมายเป็นหัวหน้า หรือผู้ควบคุม สั่งการลงมายังกลุ่มเครือข่ายในพื้นที่ จ.ตรัง ซึ่งหากเครือข่ายคนใดมีปัญหาติดค้างเงินก็จะสั่งการให้มือปืนในเครือข่ายไปข่มขู่ หรือตามเก็บ เช่นเดียวกับคดีฆ่านายสุชาติ และคดียิงถล่มบ้านพักในพื้นที่ จ.ตรัง อีกหลายคดี

ขณะเดียวเจ้าหน้าที่ยังสืบพบอีกว่า เงินที่ได้จากการค้ายา นายสมหมายจะทําการยักย้าย ถ่ายโอนไปยังเครือญาติในพื้นที่ จ.ภูเก็ต และเพื่อเป็นการล้างบางจับกุมกลุ่มเครือข่ายดังกล่าวให้สิ้นซากจึงนำมาสู่การเปิดปฏิบัติการในครั้งนี้